เชื่อว่านี่คงจะไม่ใช่หนแรกที่คุณได้เห็นภาพนี้ เพราะมีการนำภาพ The Scream นี้ไปล้อเลียนตามภาพยนต์ การ์ตูน ต่างๆมากมายจนคุ้นเคย ที่เห็นชัดๆคือในเรื่อง Home Alone ภาคแรก ที่เด็กน้อยตัวเอกของเรื่อง ทำท่าเลียนแบบ เมื่อตอนที่เขาร้องตกใจเมื่อนำเจลโกนหนวดเย็นเจี๊ยบมาปาดแก้ม ส่วนอีกหนึ่งตัวอย่างคือในหนังเขย่าขวัญเรื่อง Scream ที่ให้ตัวฆาตกรสวมหน้ากาก ที่มีโครงหน้าคล้ายคลึกกับหน้าของคนในรูปวาด และยังมีในอีกหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1893 ในยามเย็นวันหนึ่ง เมื่ออาทิตย์ใกล้อัสดง Edvard Munch จิตรกรชาวนอรเวย์ กำลังเดินเล่นอยู่กับเพื่อนของเขาอีก 2 คน อยู่ๆท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีเลือด อะไรบางอย่างทำให้เขารู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรง จนต้องยืนพิงรั้วข้างทาง บนฟากฟ้าเต็มไปด้วยสีแดงฉานดั่งเปลวไฟ เพื่อนของเขาเดินกันต่อไป ในขณะที่เขายืนตัวสั่นเทาด้วยความกังวลใจ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงเสียงกรีดร้องของธรรมชาติดังลั่นบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ และนั่นคือสิ่งที่ Munch ได้สัมผัสมา จนเป็นแรงบันดาลใจให้เขาถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นภาพวาดแนว Expressionist ที่จับเอาอารมณ์ความรู้สึกจากเส้นประสาทมาตวัดแปรงแปลงเป็นภาพพิศได้อย่างถึงพริกถึงขิง
ท้องฟ้าเปื้อนแสงสีแดงอมเหลืองเจือเขียวนิดๆ ส่อให้เห็นเข้าไปถึงความรู้สึกของมนุษย์(ที่ไม่สามารถระบุเพศได้) ผู้ที่ยืนตกใจอยู่กลางภาพ วิวเบื้องหลังบิดเบือนเหมือนจะละลายไปกับความสับสนกระวนกระวาย สอดคล้องกับสภาพของฟ้าเบื้องบน ที่แปรปรวนใช่เล่น ตาของคนในภาพอยู่ในสภาพตกใจสุดขีด มือทั้งสองพยายามอุดหู เหมือนต้องการจะปิดกั้นตัวเองจากเสียงร้องอันรันทดนั้น
ให้วิเคราะห์คนในภาพคงจะเป็นตัวผู้วาดเอง ส่วนอากัปกิริยาเป็นอาการของคนวิตกจริต เนื่องมาจากเสียงรบกวน ที่ไม่มีคนอื่นได้ยิน เสียงที่ว่ายังกัดกินแก้วหูของเขาอย่างเลือดเย็น ในขณะที่เพื่อนๆผู้ไม่ได้ยินอะไร เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ทิ้งให้เขาในสภาพช๊อคยืนอยู่อย่างเดียวดาย ส่วนท้องฟ้านั้น ที่เป็นสีแดงแปลกๆ อาจเป็นเรื่องจริง ที่ Munch เห็นกับตาจนมโนเสียงเอาเองได้ เพราะในช่วงเดียวกันนั้น ภูเขาไฟแห่งเกาะ Krakatoa ประเทศอินโดนีเซีย ได้เกิดระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น เป็นเหตุให้เถ้าถ่านภูเขาไฟพวยพุ่ง สร้างผลกระทบบรรยากาศฟ้าไปทั่วทั้งโลก ดีไม่ดีอาจเป็นได้ว่าจิตรกรก็อาจมีหูวิเศษ ได้ยินเสียงระเบิดจากดินแดนอันห่างไกล จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้วาดภาพ The Scream
น่าเสียดายที่ปัจจุบัน ภาพนี้ถูกมือดีจารกรรมไปครั้งล่าสุดเมื่อปี 2004 ค้นหากันอยู่นานสามารถนำกลับมาได้ พร้อมลากคอทีมปล้นเข้าไปวาดรูปเล่นในคุก แต่หลังจากได้ภาพคืนกลับมาแล้ว พบว่าภาพอยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรม เนื่องมาจากการเก็บรักษาผิดวิธีของโจรโฉด ความชื้นเข้าแทรกทำให้สีเสียหาย เกินที่จะบูรณะให้กลับมาเหมือนต้นฉบับได้ เป็นเรื่องน่าเศร้าน่าตกอกตกใจเสียยิ่งกว่าอารมณ์ในภาพเสียอีก

Chic Happens สุดเก๋ถูกใจวัยทีนของ บิ๋ม บลิสโซนิค ผู้เลอโฉม




มาดูแล้วอยากมีส่วนร่วม