Mola mola Sunshine!

คนเขียนเพลงครื้นเครงถึงหนังสือสื่อไปถึงหนังสือพิมพ์

Graffiti ศิลปะหรือขยะสังคม ภาค 2 ตุลาคม 31, 2007

Filed under: d-life — donglahoma @ 9:43 am

คอลัมน์ Delicious Groove
เรื่อง อัษฎา อาทรไผท

เมื่อเข้าสู่ยุค 80″s ทางการนิวยอร์ก เริ่มมาเอาจริงกับการกำจัดงานศิลปะที่ไม่ได้ขอมา อย่าง Graffiti ที่เหล่าศิลปินมือบอนพากันพ่นไว้ทั่วบ้านทั่วเมือง พื้นที่กำแพงและสมบัติสาธารณะตรงไหนหมิ่นเหม่ต่อการโดนละเลง จะมีการล้อมรั้วไว้อย่างมิดชิด ทำให้ชาวพ่นลำบากกันไปถ้วนหน้า โดยเฉพาะ Metro Transit Authority หรือองค์กรที่ดูแลการขนส่งมวลชนแห่งเมืองนิวยอร์ก ได้ใช้กลยุทธ์หนามยอกเอาหนามบ่ง ใครมาพ่นไว้ที่ไหน ไม่นานจะมีทีมไปจัดการทั้งทาสีทับ ทั้งลบออกให้กำแพง หรือรถไฟใต้ดินที่โดนพ่น กลับมาหมดจดเหมือนใหม่ดังเดิม แถมยังมีการจ้างยามมาเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

ปรากฏการณ์นี้สร้างความท้อแท้ให้ศิลปินสเปรย์เป็นอันมาก บางคนเพิ่งไปบรรจงแต่งแต้มงานชิ้นงามมาหมาดๆ กลับไปดูอีกทีโดนทาสีกลบเสียแล้ว ในที่สุดชาว Graffiti จำนวนมากจึงเลิกรากิจกรรมนี้กันไปเอง ส่วนพวกที่เลิกไม่ลงแยกออกเป็นสองพวก พฤติกรรมของพวกเขาเปรียบได้กับพวกใต้ดินและพวกบนดิน

สำหรับพวกแรก เขาเห็นการระวังป้องกันอย่างดีของทางรัฐเป็นเรื่องท้าทาย ทำให้ยิ่งมีกำลังใจที่จะหาลู่ทาง เล็ดลอดเข้าไปซุ่มพ่นตามจุดต่างๆ ที่เลวร้ายเข้าไปอีกคือ นี่เป็นยุคที่อันตรายที่สุดของวงการพ่นสีเลยก็ว่าได้ เนื่องจากพื้นที่อันโสภาที่เหมาะกับการโดนพ่นมันหดหายไปเกือบหมด กำแพงที่เหลืออยู่จึงเป็นที่ใฝ่หาปานทองคำ การเล่นพวกเริ่มจำเป็นขึ้นเรื่อยๆ ไปคนเดียวอาจโดนรุมได้ ไปเป็นฝูงแน่นอนกว่า จึงเกิดเป็นกองทัพนักพ่น ทำให้เกิดสงครามแย่งพื้นที่พ่นกันระหว่างแก๊งนักพ่นต่างๆ ให้ล้มหายตายเจ็บกันไปด้วยเหตุเพียงน้อยนิด บางกลุ่มก็ยอมผันตัวไปเป็นพวกเร่ร่อนตามเมืองต่างๆ เพราะสู้เจ้าถิ่นไม่ไหวก็มี


ส่วนพวกที่สอง อัพเกรดตัวเองเป็นศิลปินแกลเลอรี่ ในยุค 80″s ยังไม่มีงานแนว Graffiti ออกไปเพ่นพ่านนอกมหานครนิวยอร์กมากนัก เมื่อลีลาการพ่นไปเข้าตา นักค้างานศิลปะที่เข้าใจธุรกิจเข้า ก็มีการอัญเชิญเหล่าศิลปินบางรายไปวาดลวดลายบนกำแพง แบบเจ้าของเป็นใจ และแล้วเงินทองก็ไหลมาเทมาสู่ศิลปินนักพ่น ที่ผันตนมาเป็นนักจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งในปัจจุบัน Graffiti ได้รับการยอมรับให้เป็นศิลปะแขนงหนึ่งของ modern art ไปแล้ว โดยมีการแสดงผลงานตามพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั่วไป ศิลปินดังๆ อย่าง Crash หรือ Johm Matos บิดาแห่งการพ่นรถไฟใต้ดิน ที่ตั้งแต่กลับใจมาพ่นบนดิน มีคนชมชอบมาจ้างให้ไปพ่นนู่น พ่นนี่ ตั้งแต่กีตาร์ยันหลังคาบ้าน สามารถหาเงินได้มากพอๆ กับดาราฮอลลีวูดเลยทีเดียว

ตอนนี้คงทราบกันแล้วว่า ตกลง Graffiti นี้คือศิลปะ หรือขยะสังคม หากถามผม มันอยู่ที่คนมอง และการกระทำของนักพ่นแต่ละคน ไม่ว่าเขาจะเป็นศิลปินบนดิน หรือศิลเปรอะที่ผิดกฎหมาย เนื้องานออกมาดีแค่ไหนไม่ใช่ประเด็นหลัก ขอให้ทำอะไรให้ถูกให้ควร แล้วจะอยู่ได้นาน เมื่ออยู่นานพอ สักวันหากมันดีจริง ต้องมีคนเห็นคุณค่า เมื่อวันนั้นมาถึง ขยะจะกลายสภาพเป็นงานศิลปะราคาแพงเอง ไม่เชื่อไปถามป๋า Crash ดูได้ :D (หน้าพิเศษ)

 

เสื้อยืด Spinnacle แบบที่จะผลิต 50 ตัวเท่านั้น ตุลาคม 31, 2007

Filed under: Spinnacle — donglahoma @ 8:31 am

t-shirt-01.jpg

นี่คือเสื้อยืดที่เราจะทำแค่ 50 ตัวเท่านั้น มีสองสี ขาว และ ฟ้า อย่าช้า เพราะอาจหมดเร็ว ครับ

 

ปั่นอยู่ ตุลาคม 30, 2007

Filed under: Spinnacle — donglahoma @ 6:54 am

ตอนนี้กำลังพยายามจะทำให้ของต่างๆ นี้เสร็จทันงานแฟต

โมลา โมล่า ซันไช์ อีพี

เสื้อยืดสปินนาเคิล น่าจะแบบกลาง

t-shirt.jpg

ถุงผ้า สปินนาเคิล

spinbag.jpg

ทุกอย่างยังไม่เสร็จ แต่จะต้องทำให้เสร็จในเร็ววัน ผมจึงอาจหายไปบ้างนะครับ

ส่วนเรื่องงานเขียนประจำ ตอนนี้อาจมีข่าวดี ได้เขียนเพิ่ม แล่วจะมาแถลงไข

 

เบื้องหลังการทำงานของ Mola Mola Sunshine! ตุลาคม 24, 2007

Filed under: Mola mola Sunshine! — donglahoma @ 9:39 am

img_2171.jpgimg_2271.jpg

Mola Mola Sunshine! ไปทำงานกันที่ ห้องบันทึกเสียงของอาจารย์กานต์ ณ. Dynamic Studio สุขุมวิท 49 งานนี้ได้พี่โจ้ ซาวด์เอ็นจิเนียร์ รุ่นใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Soul After Six มาเป็นวิศวกรเสียง นอกจากนั้นยังมีน้องเอ๋ สุดยอดซาวด์เอ็นจิเนียร์หญิงรุ่นใหม่ไฟแรงจากรั้วมหิดล มาเป็นผู้ช่วย และสร้างสีสันให้กับสตูดิโอ

img_2181.jpgimg_2189.jpgimg_2162.jpg

ทีมงานดรีมทีม Mola Mola Sunshine! ตี้มือเบสมหาประลัย ที่ท่านบอยด์ โกสิยพงษ์ ไว้ใจให้เล่น backup ให้มาตลอด โอ อัศวินกีตาร์ ผู้ลื่นไหลไปตามเฟร็ทแห่งวง Jetset’er มาสำแดงลีลาละมุนในทั้งสองเพลง บอส วงพอส มือกลองฝีมือดี ที่เล่นทีไรเป็นแน่นปึ๋งทุกทีไป ก็มาร่วมแจมกับผมด้วย

img_2257.jpgimg_2195.jpg

อ้น มือทรัมเป็ต แห่ง สามอ้น กลุ่มมือเป่าแห่งตำนานดนตรีมีเป่ารุ่นใหม่ มาเป่าให้แบบสุดสุนทรีย์ ป๋าโตนโซฟา อดหลับอดนอนมาสองคืน ยังยอมมาคุมงานให้ เลยต้องมีแอบงีบสลับกับวินนิ่ง เพื่อเรียกพลัง ส่วนผมก็ปลื้ม เพราะป๋าแกทุ่มเทจริงๆ กับงานนี้ ทั้งร้อง ทั้งคุม ทั้งเป็นธุระจัดหา ครบวงจร

img_2225.jpgimg_2244.jpgimg_2275.jpg

นักร้องที่มา Featuring ในสองเพลงของ Mola Mola Sunshine! โตน โซฟา เทพแห่งเพลงรัก มาพร้อมกับมาดใหม่ หนวดขรึม นอกจากเขาจะมาร้องเพลงให้แล้ว ยังรับหน้าที่ Producer อีกหนึ่งตำแหน่ง พี่ท่านทำงานตั้งใจเต็มสามร้อยหกสิบองศาจริงๆ แถมยังเป็นหัวหน้าค่าย Sofa Cafe & Idea ที่ผมสังกัดอยู่ด้วยอีกหนึ่งดอก ส่วนนักร้องสาวที่ผมนึกถึงเป็นคนแรก(และคนเดียว) คือน้องปุ้ม พิมลพรรณ หรือครูปุ้มที่น่ารักของนักเรียนของเธอ ทั้งเสียงทั้งอารมณ์มหัศจรรย์เหลือเฟือ จนป๋าโตนต้องยกนิ้วให้ รูปขวาสุด ก็ผมเองเจ้าของโปรเจค Mola Mola Sunshine! ด่อง อัษฎา อาทรไผท หรือ ด่อง สปินนาเคิล นี่เอง ใครเคยฟังเพลง อ้างว้าง หรือ Ticket to Paradise นี่แหละผลงานจากวง Spinnacle ผมเองที่ทำกับแน่ แต่ตอนนี้มาลองทำงานของตัวเองดูเลยมาในชื่อใหม่ครับ ส่วนคนข้างๆ ผมไม่ใช่ใครที่ไหน สุดที่รักของผมเอง ไม่มีคนนี้ ไม่มีปัญญาแต่งเพลงเห็นๆ

img_2175.jpgimg_2251.jpg

ด่อง , บอส วงพอส และ โตนโซฟา และ บรรยากาศผ่อนคลายของป๋าโตนและทีมงาน

img_2236.jpgimg_2233.jpg

และนี่ ดาวศุกร์ หัวหน้า แฟนคลับ Spinnacle ตอนนี้ตามมาติดตาม Mola Mola Sunshine! ด้วย จำหน้าเขาไว้ นี่แหละแฟนพันธุ์แท้ของจริง ทางขวาคือ น้องแอน โซฟาคาเฟ่ ผู้ช่วยของโตน และ คุณแพท แห่ง www.songburi.com ที่มาทำ scoop ให้ ต้องขอขอบคุณมากๆ ครับ ยังไงลองตามไปดูสกู๊ปของเราได้ที่เว็ปคุณแพทเร็วๆ นี้ครับ

img_2226.jpgartwork.jpg

งานดนตรีคุณภาพ สนุกๆ แบบไม่ตามกระแสตลาด แต่ตามใจนักดนตรีอย่างนี้ จะมีมาให้ฟังกันเรื่อยๆ โปรดติดตาม Mola Mola Sunshine! by Asada ได้เร็วๆ นี้ครับที่งานแฟ็ตเฟส 7 เจอกันที่บู๊ท Sofa Cafe & Idea และ Spinnacle ครับ

 

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.