Mola mola Sunshine!

คนเขียนเพลงครื้นเครงถึงหนังสือสื่อไปถึงหนังสือพิมพ์

Enchanted Soundtrack : มนต์สะกดแห่งเพลงการ์ตูนจาก Disney พฤษภาคม 31, 2008

Filed under: d-life — donglahoma @ 12:39 am

คอลัมน์ Sound Delicious

เรื่อง อัษฎา อาทรไผท

นานมาแล้วที่ Disney ทำการ์ตูนมาให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยได้เพลิดเพลินผ่อนคลาย ไปกับเรื่องราวสนุกสนานที่มักจบลงอย่างมีความสุข ดูกี่ครั้งก็ไม่มีทุกข์ เพราะไม่มีใครไปเข้าข้างตัวร้ายอยู่แล้ว เสน่ห์แห่งแอนิเมชั่นนี้ เป็นเหตุให้ผู้คนนิยมการ์ตูนจากค่ายนี้ จนกลายเป็นเรื่องคลาสสิกระดับโลกไปก็มาก แต่คราวนี้ในยุคที่แอนิเมชั่นแบบ 3 มิติ ที่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างงานแทนพู่กัน Disney เจ้าพ่อแห่งการ์ตูน หลังจากสร้างงานแบบ 3 มิติออกมาจนประสบความสำเร็จไปแล้วมากมายจนอิ่มตัว ก็ถึงเวลาที่จะต้องใช้ความเป็นผู้นำ เหวี่ยงการนำเสนอการ์ตูนให้แหวกแนวทะลุมิติออกไปอีก

แต่คงไม่มีใครคิด ว่าคราวนี้ Disney จะเลือกเอาคนมาเล่นแทนการ์ตูน เพราะใน Enchanted เจ้าหญิง เจ้าชาย และนางมารร้าย จะหลุดจากโลกการ์ตูน ออกมาตะลุยโลกมนุษย์กันแบบตัวเป็นๆ สร้างความแปลกใหม่ให้วงการได้อีกครา เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไร อย่าไปสนใจ เพราะนี่คือคอลัมน์เพลง เราจึงจะมาเน้นกันที่เพลงประกอบ ซึ่งนับเป็นงานที่ไม่ธรรมดางานหนึ่งเลยจริงๆ ดีไม่ดีจะน่าสนใจกว่าตัวหนังเสียอีก เพราะคนทำเพลงใช่ใครที่ไหน เป็นการกลับครั้งใหม่ของ Alan Menken ที่เคยร่วมกันเขย่าร่องเสียงให้กระหึ่ม ด้วยงานเพลงแอนิเมชั่นอย่าง The Little Mermaid, Beauty and the Beast, Aladin, Pocahontas แถมคราวนี้ยังจับมือมากับ Stephen Schwartz ซึ่งหากใครเป็นคอละครเพลง คงทราบดีว่าพี่แกเป็นเซียนประพันธ์เพลงบรอดเวย์ ที่รังสรรค์งานอย่าง The Prince of Egypt และ Wicked ออกมางามจับหู โดยทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วจาก The Hunchback of Notre Dame และ Hercules

นอกจากนั้นยังมีศิลปิน pop นามว่า Jon McLaughin และ Carrie Underwood

มาเติมเต็มความตราตรึงใจให้ soundtrack ชุดนี้อยู่ในใจคุณได้อย่างมิรู้ลืม

Soundtrack Enchanted ประกอบด้วยเพลงร้อง (song) 6 เพลง และดนตรีประกอบภาพยนตร์ (score) 9 เพลง โดยเฉพาะส่วนที่เป็น score (track 6-14) บอกได้เลยว่ามันช่าง Enchanted สมชื่อจริงๆ เพราะเพียงแรกฟังก็เหมือนมีมนต์สะกดให้ต้องฟังไปจนจบ ส่วนใหญ่จะได้อารมณ์และบรรยากาศตามแบบ score ที่ใช้ประกอบแอนิเมชั่นยุคคลาสสิกอย่าง sleeping beauty และ Snowwhite and Seven Dwarves รวมๆ แล้ว อารมณ์ดนตรีสบายหู ฟังง่ายสบายใจไปเรื่อยๆ มีการซ่อนเมโลดี้ จากผลงาน Beauty and the Beast ไว้ให้นึกถึงเล่นอีกต่างหาก ในเพลง Nathaniel and Pip ฟังชิวๆ เรื่อยมาจนถึงเพลง Narissa Arrives ซาวนด์จะออกแนวมืดมนต์จนน่ากลัว (เนื่องจากตัวโกงมา) มีการร้องแบบ choral ที่ดุเดือดเลือดพล่าน ชนิดหูสั่นขวัญหายกันเลย ถือเป็นจุดสุดยอดของ score ก่อนที่จะมาจบที่บทสรุปในเพลง Storybook Ending ที่ยาวเกิน 10 นาที แต่พอฟังแล้วไม่อยากให้จบ

ส่วนเพลงร้องนั้น ทำมาได้เยี่ยมยอดเช่นกัน เริ่มที่ True Love”s Kiss ที่ยึดแบบมาจากแอนิเมชั่น Disney ยุคบุกเบิก ที่มีนางเอกออกมาร้องเพลงเริงร่าในรูปแบบกึ่ง

โอเปร่า ตามด้วยเพลง Happy Working Song แนวบรอดเวย์ และ That”s How You Know ที่ทำออกมาให้ฟังแล้วต้องนึกถึงเพลง Under the Sea และ Be Our Guest (ทั้งสามเพลงร้องโดย Amy Adams นักแสดงนำ) ต่อด้วยเพลง pop สุดซึ้งอย่างโดย Jon McLaughlin So Close ที่ต้องมีไว้เป็นสูตรสำเร็จ และทีเด็ดคือเพลง Ever Ever After โดย Carrie Underwood ที่ปล่อยออกมาเป็น single โปรโมตภาพยนตร์ และใช้ประกอบเครดิตในตอนจบ เป็นเพลง pop ชั้นดีที่ตั้งใจทำมาให้ติดหูชัดๆ

สรุปง่ายๆ อัลบั้ม Enchanted Soundtrack มีครบทุกรสชาติของดนตรีหรรษา ใครนิยมดนตรีแฮปปี้ ไปหามาฟังได้ ยิ่งใครได้ชมภาพยนตร์ด้วยแล้วจะเพลิดเพลินเข้าไปอีก จากที่ทดลองมา ไม่ว่าจะนั่งฟัง ยืนฟัง นอนฟัง หรือตีลังกาฟัง ก็ช่างไพเราะดีจริงๆ :D (ฉบับพิเศษ)

 

One Response to “Enchanted Soundtrack : มนต์สะกดแห่งเพลงการ์ตูนจาก Disney”

  1. มินตี้ พูด:

    ขอบคุณมากค่ะะะะ ^^


ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.