
มันคือชื่อเพลงสุดท้ายของผมเองครับ หากท่านฟังชื่อเพลงนี้แล้วรู้สึกออกไปในทางเชยๆ ห่วยๆ แปลว่าผมทำสำเร็จแล้ว แต่หากใครฟังชื่อแล้วว่าเท่ห์ นั่นแปลว่ารสนิยมของท่านอยู่ในแนวทางที่ผมอยากไป
เพลงนี้ผมทำหน้าที่ร้องเองเลย เพราะลองฟังๆ เสียงตัวเองแล้ว มันออกเฉิ่มๆ เชยๆ เหมือนเสียงร้องที่หาฟังได้ในเพลงสตริงไทยในยุคกางเกงขาบาน หรือประมาณช่วงปี 70’s ซึ่งก็ตรงกับช่วงดนตรีที่ผมหลงไหล แต่ที่หลงไหลมันเป็นดนตรีตะวันตก เนื่องจากยังไม่เคยทำเพลงให้มีกลิ่นย้อนยุคของบ้านเราเลย ผมเลยขอประเดิมโดยส่งตัวเองไปทดลอง ทั้งเสียงกีตาร์และการเล่น ฟังแล้วต้องนึกถึงวันคืนก่อนที่ใครหลายคนที่มาอ่านจะเกิด ทีเด็ดคือกีตาร์ 12 สายที่ใช้ก็เป็นกีตาร์จากยุคนั้น คนมิกเพลงก็เป็นคนจากยุคนั้นเช่นกัน เรียกว่าพากันย้อนยุคกันทั้งทีมทีเดียว
ทำเพลงย้อนยุค แต่ทำในยุคอวกาศ เนื้อหาเลยอาจไม่ย้อนยุคนัก แต่จะเน้นถ้อยคำเชยๆ เฉิ่มๆ อิงเทรนด์ที่คนเขาไม่ใช้กันแล้ว ออกมาเป็นบทเพลงรัก ของผู้ชายขี้อายคนหนึ่ง เลือกที่จะใช้เพลงจีบสาว ที่แม่ของเขาแนะนำมา ปล่อยให้เสียงลอยไปตามลม เผื่อเธอเข้าถึงทรวงในเธอบ้าง ประมาณนี้แหละครับ
เพลงนี้นอกจากภาคดนตรีจะย้อนไปสู่ยุคที่สมบัติ สรพงษ์ ยังหนุ่มหล่อ ยังมีการเพิ่มความเชยเข้าไป ด้วยการตบมือสดแบบไม่พร้อมกัน ได้อารมณ์ตั้งใจให้ห่วย ทำให้รวมกันแล้วออกมาเจ๋งดีทีเดียว อีกไม่นานคงได้ฟังครับ แล้วคุณจะรู้ว่าเสียงผมเป็นอย่างไร ทำไมต้องให้คนอื่นมาร้องเพลงให้ ฟังดูจะรู้เอง แต่ระวังจะติดใจ….:)
ด่อง mola mola