Home

เอามาจาก ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4044

คอลัมน์ SOUND Delicious โดย อัษฎา อาทรไผท (ผมเองนั่นแหละ)

ผม เคยเขียนเกี่ยวกับกีตาร์มาแล้ว 2 ครั้ง มีคนมาทักว่าชอบหลายคน เพราะช่วยเปิดโลกอีกใบที่พวกเขาไม่ค่อยได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วย เป็นข้อมูลสมองชั้นดีแก่คนนอกวงการกีตาร์ แต่บรรดาเซียนทั้งหลายอาจจะบอกว่าทราบอยู่แล้ว ยังไงก็ตามเพื่อผลประโยชน์ของผู้อ่านส่วนใหญ่ที่ใคร่รู้เรื่องแปลกๆ ไกลตัวท่าน ผมจึงคิดว่าควรกลับมาสาธยายเรื่องกีตาร์อีกหนหนึ่ง โดยคราวนี้ผมยังคงใช้เรื่องศิลปะมาบังหน้าเหมือนเดิม

บูติคกีตาร์ เป็นยิ่งกว่ากีตาร์ทั่วไป เพราะนี่คือที่สุดแห่งปฏิมากรรมเครื่องดีด 6 สายที่ศักดิ์ศรีอยู่เหนือบรรดากีตาร์ทั่วไป (ที่ผลิตโดยหุ่นยนต์จากโรงงานใหญ่ๆ ทำทีละมากๆ และจำเจในลวดลาย) หลายเท่า สำหรับบูติคกีตาร์นั้น กีตาร์แต่ละตัวจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ต้นจนจบ แฮนด์เมดล้วนๆ โดยบรรดาเกจิอาจารย์จะค่อยๆ ประดิษฐ์กีตาร์แต่ละตัวด้วยมือของเขาเอง

เริ่มตั้งแต่เลือกไม้ อบไม้ ตัดไม้ เหลาไม้ ประกบไม้ ทำสี เคลือบเงา ฝังมุก เชื่อมระบบไฟฟ้า ตั้งสาย ไปจนถึงตั้งเสียง ล้วนทำอย่างประณีตบรรจง หมดเวลาไปกับกีตาร์แต่ละตัวนานยิ่งกว่ากกไข่ หากโรงงานใหญ่ผลิตกีตาร์ได้ 1,000 ตัว บูติคกีตาร์คงทำได้สักครึ่งตัว

ส่วนสาเหตุที่ต้องมี บูติคกีตาร์น่าจะเป็นเพราะเมื่อบรรดายอดฝีมือกีตาร์ ผ่านการเล่นดนตรีมายาวนาน ความต้องการกีตาร์ดีๆ เกินมาตรฐานมาครองก็เกิดขึ้น วัสดุทุกชิ้นคัดสรรมาอย่างดี ใช้กรำงานได้ทนทาน แลดูสวยงาม และแผดเสียงตระการหู เป็นเครื่องดนตรีสำหรับมือโปรอย่างแท้จริง เรื่องราคาไม่ต้องพูดถึงแพงได้มากเท่าที่ผู้สั่งต้องการ ส่วนราคาต่ำสุดนั้นแถวๆ 6 หลัก

ที่ผมจั่วหัวไว้ว่า คนทั่วไปยากจะสัมผัส นั้นเป็นเรื่องจริงอย่างมาก เพราะกีตาร์ที่ผมจะนำมาเล่านี้เป็นของหาง่าย แต่ได้ยาก ที่ว่าหาง่ายคือ หากใครสนใจ ก็สามารถติดต่อสั่งทำได้เลย ส่วนที่ว่าได้ยากคือ สั่งไปแล้วต้องใช้เวลารอผลิตนาน บางรายอาจรอกันยาวนานขนาดปลูกต้นไม้ได้กินผลกันเลยก็มี ล้วนเป็นศิลปินแท้ๆ ทั้งสิ้น ไปเร่งเขาไม่ได้ หรือบางวันอาจนึกครึ้มใจไปทำอย่างอื่นแทนก็มี บางคนทำๆ อยู่เกิดอุบัติเหตุนิ้วเป็นแผล งานก็มีอันต้องหยุดไปเสียอย่างนั้น และนี่คือเสน่ห์ของบูติคกีตาร์จริงๆ แล้วมีผู้ผลิตแนวนี้อยู่หลายราย แต่ละเจ้านับเป็นสุดยอดคนทำกีตาร์ทั้งนั้น คนต่อแถวสั่งทำกันเหมือนแจกฟรี แต่โอกาสนี้ขอแนะนำรายที่ดังในเมืองไทยก่อน ขอไม่พูดเรื่อง technical นะครับ แค่พามาให้รู้จักคร่าวๆ ถือว่าชมงานศิลปะครับ

เริ่มจาก James Tyler Guitars ก่อน รายนี้ทีเด็ดมาก อยู่มากว่า 35 ปีแล้ว นอกจากความเก๋า ความประณีต ที่กีตาร์ระดับนี้ควรจะมี เขายังคิดค้นการทำสีแบบไม่เหมือนใคร ที่โดดเด่นมากคือลาย Shmear เป็นการทำสีคล้ายภาพแนว abstract ดูเลอะๆ แต่งดงามมาก แต่ละตัวเลอะคนละแบบ มีหลายเฉดสีให้เลือก ว่ากันว่าการทำสีแบบนี้ยากอย่าบอกใคร และมีข่าวลือออกมาว่า ลุง James Tyler ผู้สรรค์สร้างต้องมีอันล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ เพราะงานพ่นสีสุดบรรเจิดนี้เอง จุดเด่นอีกที่คือส่วนหัวของกีตาร์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร พร้อมลายบอกยี่ห้อที่ดูทันสมัยดีแท้ ตอนนี้ว่ากันว่าเขาอาจจะเลิกผลิตเอง แล้วให้ลูกศิษย์ทำแทน ถ้านี่คือเรื่องจริง ราคาของกีตาร์ที่เขาสร้างเอาไว้จะเพิ่มมูลค่ามหาศาลทีเดียว ที่เมืองไทยมีตัวแทนจำหน่าย แต่ของไม่ค่อยมีเพราะคนรอต่อแถวจะครอบครองกันเยอะ

อีกรายคือ John Suhr Guitars กูรูท่านนี้แค่ชื่อก็น่าสนใจแล้ว หลายคนได้เป็นเจ้าของไปแล้วยังเรียกไม่ถูก ตัวแทนจำหน่ายบอกมาว่า “Suhr” อ่านว่า “เซอร์” แต่ส่วนใหญ่นักกีตาร์ไทยมักเรียกมันว่า “เชอร์” กีตาร์สำนักนี้นอกเหนือจากสรรพคุณความเจ๋งเป้งต่างๆ ที่มันควรจะมีแล้ว เขามีดีทางด้านผลิต pickups (ตัวรับเสียงบนกีตาร์ไฟฟ้า) เองอีกด้วย ทำให้นอกจากงานดีแล้ว เสียงยังมีเอกลักษณ์อีกต่างหาก เมื่อกล่าวถึง Suhr ผู้คนมักให้มันเป็นอาวุธของขุนกีตาร์ที่รักการเล่นเร็ว คอกีตาร์สร้างขึ้นมาให้จับแล้วลื่นไหล จนงงกันไปแล้วหลายคน ผมเคยไปนั่งอยู่ในร้านที่ขายกีตาร์ยี่ห้อนี้ มีขาจรเข้ามาเล่นๆ เมื่อเขาหยิบกีตาร์ (ที่เขาไม่รู้จัก) ขึ้นมาลองเล่น เจ้าตัวตกใจใหญ่ ว่าทำไมมันแจ๋วอย่างนี้ ฝีมือแกร่งกล้าทันตาเห็น พอสอบถามยี่ห้อและราคาเสร็จ พี่ท่านรีบวางทันที เพราะกลัวทำพัง แต่ของระดับนี้จริงๆ แล้วพังยากครับ เขาทำมาแน่นปึ้ก

สุดท้าย Stevenson Custom Guitars น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งมาอาละวาดที่บ้านเราไม่นานนี้ ชื่อชั้นยังเป็นรอง 2 เจ้าข้างบนอยู่ แต่หากใครได้ลองเล่นแล้วจะประทับใจมิรู้ลืม น้า Ted ผู้สร้างเพิ่งมาเริ่มทำได้ไม่นาน ยังผลิตกันแบบบ้านๆ อยู่ มีเขาและผู้ช่วยอีกเพียง 1 คนเท่านั้น ช่วยกันทำทีละนิด ทีละหน่อยไปเรื่อยๆ จากที่เคยอ่านสัมภาษณ์ เขาท้าให้ทุกคนมาลองกีตาร์ของเขา แล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้แตกต่างจากสุดยอดกีตาร์อื่นๆ เลย แถมราคาเยากว่าตามอายุคนสร้างอีกด้วย เรื่องรูปลักษณ์ก็ไม่ธรรมดา เพราะหัวกีตาร์ของเขาก็แปลกแหวกแนวเช่นกัน มีโลโก้ลายตวัดโดดเด่น เห็นชัดมาแต่ไกล ส่วนเฟรตนั้นทำมาจับแล้วลื่นไหล แถมมีระบบเชื่อมต่อคอกับตัวกีตาร์ก็ล้ำหน้า ที่เด่นมากคือการดีไซน์ปิ๊กการ์ดทำให้ Stevenson นอกจากจะเจ๋งแล้ว ยัง unique ไม่มีใครเหมือน

หากเป็นไปได้ผมขอเป็นเจ้าของทั้ง 3 ตัวนี้เลย หากท่านตัวแทนจำหน่ายมาอ่านเจอ จะมอบให้ผมบ้างก็ไม่ว่าอะไรนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างสูง😀 (หน้าพิเศษ D-Life)

หน้า 10

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s