Home

2005 Fat Fest 5

cimg2106

ตอนนั้นเขาจัดงานแฟตที่แดนเนรมิตร ผมในตอนนั้นกำลังจะจบปริญญาโท ที่ศศินทร์ จุฬา พอดีเอาเดโมเก่าๆ ไปให้เพื่อนที่เรียนด้วยกันฟัง แล้วเขาบอกว่าน่าจะมาทำใหม่ ผมเลยชวนเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกันมาแจมซะเลย แปลกที่คนมาเรียน MBA ดันมีคนที่บ้าดนตรีเพียบ พวกเราเลยจับมือกับ แน่ เพื่อนผมที่ไปเรียนดนตรีจาก Berklee College of Music มาฟอร์ม Spinnacle ขึ้น ได้มือดีมาอัดเสียให้ ป๋าตี้ก็เริ่มอัดกับผมตั้งแต่นั้นมา ผมยังเล่นกีตาร์เองอยู่เลย เราไปใช้ห้องอัดกันหลายห้อง จำได้ว่าเคยไปอัดที่ Cotton Bud Studio เจอ Jetset’er กำลังทำชุดแรกอยู่ เราก็ทำชุดแรกเช่นกัน แต่ของเขาไม่นานก็ออกและโด่งดังไประดับหนึ่ง ส่วนเราได้แค่อีพี สามเพลง กับอีกเสี้ยวเพลง ขายเป็น Spinnacle EP ที่ Fat Fest 5 ปีนั้นขายดิบขายดี บู๊ทเราอยู่ในโซน Bedroom Studio สำหรับมือใหม่

สมัยนั้นคนที่มางานแฟต รู้สึกว่าจะให้ความสนใจกับดนตรีใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ อยู่ เลยมีคนมาฟังเพลงเรามากมาย ขายได้หลายแผ่นมาก ส่วนเสื้อยืดขายหมดเกลี้ยง เพราะลายมันสวย ราคาไม่แพง ปีนั้นได้รู้จักกับน้องปุ้มโดยบังเอิญ ตอนนั้นเขาร้องเพลงให้วง Little Monkey พวกผมถ่ายวิดีโอให้วงสลัด พอดีน้องปุ้มเล่นต่อวงสลัด แล้วไม่มีใครมาถ่ายให้ ผมมีกล้องแฮนดี้แคมมา เลยอาสาทำหน้าที่ให้ซะเลย จากนั้นก็ติดต่อกันมาเรื่อยๆ ดาวศุกร์ แฟนคลับคนแรกที่เจอที่ข้าวสาร งานอาซาฮี มิวสิค ก็เจอกันปีนี้เอง

cimg1968

ก่อนและหลังงานแฟต 5 ผมตระเวณเล่นสดตามงานอินดี้ต่างๆ ได้มีโอกาสไปเล่นเต็มวง 17 คน ที่ศูนย์วัฒนธรรม ได้ออกทีวีสองรายการ แต่ไม่โด่งดังอะไร จากนั้นริบบิ้นก็ท้อง เกือบแท้งเพราะตระเวณไปกับผม งาน 100 Rock ปีนั้นร้อนมาก เล่นสดมีคนดูน้อยกว่าคนเล่น แต่ผมก็เล่นกันไปจนจบ จากวันนั้นผมเลยหยุดเล่นสด ทำให้ Spinnacle หยุดไปด้วย มือทรัมเป็ตที่เป่าอยู่กับผม ไปเข้าวง T-Bone

2006 Fat Fest 6

dsc02059

ปีแรกที่งานแฟตหันมาจัด ณ สถานที่ๆ สะดวกขึ้น แต่บรรยากาศเปลี่ยนไป จากอินดี้จ๋า มาเป็นเด็กแนวจัด แต่ผมก็ไม่ว่าอะไร ปีนั้น Spinnacle ทำ อีพี 2 ได้น้องปุ้มมาร้องเพลง Ticket to Paradise เพลงนี้จริงๆ แล้วจะต้องเก็บไว้เป็นทีเด็ด ตอนออกอัลบั้มเต็ม Spinnacle กับค่ายเพลงใหญ่ค่ายหนึ่ง แต่ผมดันส่งไปช่วง entrance ของ Fat แล้วก็ได้เปิดไปเรื่อยๆ แต่ไปสูงสุดคาอยู่ที่อันดับ 41 ไม่กี่อาทิตย์ แล้วก็หายไป

dsc02092

ปีนั้นขายซีดีได้ไม่มากไม่น้อย แต่เริ่มมีแฟนเพลงกับเขาบ้างแล้ว น้อง Mike เด็กตัวเล็กๆ ใส่แว่น นับเงินทีละสิบบาทเพื่อที่จะมาซื้ออีพีผม Spinnacle ได้ตอบรับไปเล่นสดในงาน Fat ด้วย แต่เป็นเวทีอเวจี ในเวลาหัววัน ที่ไม่น่ามีคนดู ผมเลยตัดสินใจเปลี่ยนจากวงใหญ่ 17 คน เป้นส่งอาจารย์แน่ ไปบรรเลงกีตาร์คนเดียวแทน และก็เป้นไปตามคาด มีผู้ชมประมาณ 3-4  คนเท่านั้นเอง ปีนั้นเราทำท่าจะได้ออกอัลบั้มกับค่ายใหญ่ แต่ไปๆ มาๆ คุยกันไม่ลงตัว ทีมงานไม่ลงตัว และอะไรหลายๆ อย่างไม่เป็นดั้่งใจทุกคน แผนจึงพังลง

2007 Fat Fest 7

dsc02713

กลับมาที่ Impact อีกปี คราวนี้ไม่มี Spinnacle เพราะมีการขัดข้องทางเทคนิคมหาศาล ผมเลยเอาเพลงที่กะจะให้เป็นของ Spinnacle มาทำเอง โดยขอให้โตน โซฟามาช่วยเป็นพี่เลี้ยง เพราะผมไม่เคยมาดูด้านการผลิตเลย ได้แต่แต่งเพลง คนที่เคยทำหน้าที่นี้ ตอนนั้นเขาหยุดทำชั่วคราว ป๋าโตนก็จัดการหาห้องอัด และชักชวนทีมงานบางส่วนให้ ผมก็เลยบังคับให้เขาร้องเพลงให้เลยหนึ่งเพลง (หลังจากชวนมาแรมปี) อีกเพลงให้น้องปุ้มร้อง เพลงนั้นชื่อ ฉันน่าจะบอกรักไป (ในวันที่เธอบอกรักมา) ให้น้องปุ้มไปเกือบปี เจ้าตัวท่าจะยังไม่ได้ฟัง (เพราะเปิดไม่ได้)จนใกล้ๆ วันอัดเสียง ผมและทีมงานใช้เวลาหนึ่งวัน อัดเสียงทุกอย่างจนเสร็จ แบบเที่ยงวันยันเที่ยงคืน สมัยก่อน ผมใช้เวลาเป็นอาทิตย์ๆ ทำงานปริมาณนี้ คราวนี้มือโปรมาช่วยหลายคน งานเลยโฟลวมากๆ

สำหรับผมงานออกมาเจ๋งมาก ถูกใจกว่าทุกครั้งที่ทำมา ปีนั้นจองบู๊ท Spinnacle ไว้ แต่ไม่มีงานออก เลยขาย Mola mola Sunshine!  EP แทน ผมส่งเพลงไปที่ Fat หนึ่งเดือนก่อนงาน แต่ไม่เห้นเขาเปิดให้ ฟังทุกวันแต่ไม่เคยได้ยิน

dsc02700

ตลอดสองวันของงานที่มีคนเดินกว่า 50,000 คน ผมขายซีดี Mola mola ได้เพียง 40 แผ่น จากที่ทำมาทั้งหมด 500 แผ่น คนเดินผ่านมา ผมชวนมาฟังก็ไม่มีใครสนใจนัก มีแต่คนที่เคยสอยงานของผมจากครั้งก่อนๆ ที่กลับมาอุดหนุนกันแบบไม่ต้องฟัง ปีนี้ผมเริ่มมีคลิ๊ปใน songburi.com และมีคนมาหาเนื่องจากดูคลิ๊ปแล้วชอบสองสามคน มาถึงก็ซื้อผลงานทั้งหมดไปเลย

ที่น่าขำคือ ผมเห็นว่าไม่มีใครมาซื้อซีดีเลย เหลือเยอะมาก เลยไปให้เขาประกาศว่า ที่บู๊ทแจกซีดี Mola mola Sunshine! ให้กับใครก็ได้ 10 คนแรกที่มาที่บู๊ท ผลคือ…ไม่มีใครสนอง ผมเลยนั่งเล่นกันต่อไป ปีนี้มิตรภาพใหม่ที่จำแม่นคือ ดีเจจากขอนแก่น ชื่อโน๊ต มาคุยกันที่บู๊ทแล้วถูกคอ เขาซื้อแผ่นไปทุกชุด เลยสัญญาว่า ถ้าปีหน้ากลับมา จะให้ซีดีฟรีไปเลย จบงานผมและริบบิ้นกับน้องชายและเพื่อน แบกซีดีจำนวนมากกลับบ้าน แต่ทีเด็ดคือ ถุงผ้าที่ทำมาขายเล่นๆ ดันขายหมดเกลี้ยงไปเลยในงานนี้

แม้ความหดหู่จากยอดขายซีดีแสนห่วยมาเยือน แต่เศร้าอยู่ได้ไม่นาน เพลงฉันน่าจะบอกรักไป (ในวันที่เธอบอกรักมา) ก็ได้เปิดที่ Fat และอีกหลายๆ คลื่นทั่วประเทศ ไปๆ มาๆ ก็ติดอันดับที่ 40 จากนั้นมันก็ว่ายทวนกระแสขึ้นเรื่อยๆ จนถึงอันดับ 6 และคาอยู่แถวๆ นั้นนานทีเดียว ก่อนที่จะกลิ้งไป กลิ้งมาในชาร์ตนานเป็น 20 กว่าอาทิตย์เห็นจะได้

picture-2

ขณะเดียวกัน ผมก็ได้ข่าวว่าเพลงนี้ ไปได้ถึงอันดับหนึ่ง ของชาร์ตอินดี้ Virgin และอันดับสูงๆ ของอีกหลายคลื่นวิทยุ ซีดีที่ไปฝากไว้ที่ดีเจสยามหมดเกลี้ยง หลังจากดองเค็มแผ่นไว้นาน ก่อนไปอเมริกา ผมแจกให้ใครก็ได้ที่กล้าขอไปร่วมร้อยแผ่น ส่วนที่ดีเจสยาม ผมทำใบเสร็จหาย เจ๊เขาอยากได้หลักฐาน แต่ผมขี้เกียจเตรียมให้ เลยไม่ได้ไปเคลียร์ จนปัจจุบัน

2008 Fat Fest 8

fat11

ครั้งที่สามที่อิมแพค คราวนี้เพลง วับวาว และ ช่วยไม่ได้…..ไม่ได้ตั้งใจ ที่อยู่ในอีพีพลัสของ Mola mola Sunshine! ได้รับการเปิดในแฟตหมดแล้ว โดยได้อันดับสูงสุดที่  28 และ 41 ตามลำดับ ไปไม่แรงเท่าเพลงแรก แต่ดีกว่าไม่ติดชาร์ต คนเริ่มรู้จักชื่อ Mola บ้างแล้ว

fat10 fat7

ทีเด็ดคือปีนี้ได้เล่นสดด้วย แถมได้เวทีดีอีกต่างหาก เป็นเวทีขนาดจุได้ 4,000  คน ไม่ขี้เหร่ บู๊ทก็อยู่รวมกับศิลปินดีๆ ไม่ได้แยกไปโดดๆ แบบปีก่อน ผมและทีมงาน ได้ขึ้นเล่นกันวันแรกของงาน ซ้อมกันสามครั้งเท่านั้น บนเวทีซาวด์ไม่ค่อยดีนัก แต่ผมดันไม่ได้จ้างซาวด์เอ็นจิเนียร์มาดูแลให้วง เลยทำอะไรไม่ได้ ทั้งผมและทีมงานเลยไม่เต็มที่ แต่โดยรวมออกมาสนุกสนานดี คนมาดู กะด้วยสายตาราวๆ 200-300 คนได้ ตอนแรกคิดว่าน้อย แต่อีกสองวงหลังจากผม คนน้อยเสียยิ่งกว่า การเล่นสดครั้งแรก นับว่าโอเค เดี๋ยวเล่นกันไปเรื่อยๆ ก็เจ๋งจัดจ้านเอง ทีเด็ดของคราวนี้คือ ได้ทีมนักดนตรีเจ๋งๆ มาร่วมด้วยทั้งนั้น (หาดูชื่อเอาเองนะครับ มันยาว) มีผมนี่แหละที่ฝีมือกีตาร์ ที่แม้เล่นมา 20 แล้ว แต่ยังไม่จัดจ้านสักที เนื่องจากขี้เกียจซ้อมมากๆ (แต่ผมแต่งเพลงใช้ได้นะครับ)

fat23

ที่บู๊ท ปีนี้เจ๋ง ผมว่าละแวกผม บู๊ทเราอาจขายดีสุด บู๊ทอื่นคนจะเยอะมาก เวลาศิลปินเขามา ส่วนของผมศิลปินนั่งอยู่เลย ค่อยๆ มาก็เจอ มาช่วงไหนของวันก็พบครับ ค่อยๆ ขายไป แบบไม่รีบเร่ง จนอีพีหนึ่งหมด ส่วนอีพีพลัส ที่ผมทำมาแค่ 300 แผ่น เกือบหมด (วันนี้น่าจะหมด เพราะเห็นต่อบอกว่าจะมีคนมาสอยอีก 30 แผ่น นอกรอบ) ปีนี้ได้เจอน้องฝ้าย จากบดินทร์เดชา มาเป็นสมาชิก Mola mola Fan Club เพิ่มอีกคน

fat281

นับว่าปีนี้ผมพอใจมาก เสียค่าใช้จ่ายในการเล่นไป แต่ก้ได้คืนมาจากการขายซีดี เรียกว่าแม้จะเจ๊า แต่ความเก๋าของ Mola mola Sunshine! นั้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่ไม่มีใครสนใจมากมายยิ่งกว่าก้าวกระโดดค้ำถ่อเสียอีก

fat25 fat20

จริงอยู่ว่ายังไม่ค่อยมีใครรู้จักผมเหมือนเดิม แต่มันก็อดปลื้มใจไม่ได้ ที่ในความโนเนมนั้น มันก็ไม่โนเนมเสียทีเดียว อย่างน้อยใน  50,000 คนที่มางาน แค่ 300 คนมาหาผม ผมก็ดีใจแล้ว เพราะผมต้องการแค่นี้แหละ มากกว่านั้นคือความสุขเกินพิกัด ยังไงคงไม่สบายใจกว่านี้ ที่ทำเพลงแล้วมีคนฟัง ความจริงผมแจกก็ได้นะ แต่จะโดนภรรยาดุเอาเลยขอขายแล้วมีของแถมเยอะๆ แทน ซึ่งผมก็แถมสติ๊กเกอร์กับหัวใจตบให้ทุกคนที่ถอยอีพีพลัสไป

fat24

นี่ตือ 4 ปีแรก กับชีวิตภาคทำเพลงของผม (ภาคอื่นก็มี เช่นภาคที่ปรึกาาการลงทุน ภาคนักเขียน ภาคธุรกิจนำเข้าเครื่องดนตรี ภาคพ่อลูกอ่อน และภาคพิศดาร ใครอยากรู้ติดต่อผมมา จะเล่าให้ฟัง) เนื่องจากมีชีวิตเดียว แต่ดันทำหลายอย่างพร้อมกัน ผมค่อยๆ เดิน ไม่รีบ แต่ไม่มีวันชุ่ย ปีหน้าทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางกว่านี้แน่ๆ ไม่มาก ก็ไม่น้อย ที่ผมเสียวคือ แล้วผมจะผอมลงได้มั๊ยเนี่ย ูจากรูปสี่ปีย้อนหลัง ผมพองลมขึ้นทุกปีเลย แล้วเจอกันครับ ขอบคุณที่อ่านเสียยืดยาว

fat211

ด่อง
Mola mola Sunshine!

4 thoughts on “สี่ปีกับงาน Fat Fest สิ่งที่เกิดกับผม ตั้งแต่ทะลึ่งมาทำเพลง

  1. พี่ด่อง, พี่บิ๊น (น้องบีค่อนด้วยก็ได้ ^^)
    …..

    ปุ้มก็มีความสุขมากนะ… ทุกอย่างเลย ไม่ต้องเยอะแต่มันอิ่มพอดี

    เป็นกำลังใจให้ และยินดีเป็นนักร้องให้เสมอค่ะ ไม่คิดมากเลยจริงๆ นะ

    “YES!” คำเดียวเท่านั้น อ้อ เดี๋ยวจะไปแก้ m เล็กให้นะคะ ^___^

  2. อ่านแล้วซึ้งครับพี่ด่อง

    มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ใครสักคนจะทำแบบพี่ได้

    วันนี้คนดูอาจไม่มากเหมือนวงค่ายใหญ่ ๆ ดัง ๆ แต่ทุกคนที่ดูเราในวันนั้น คือ “อยากดู” จริง ๆ อยากเห็นเรา อยากฟัง อยากรู้จัก

    ต่อว่ามันเป็นคำตอบของ 4 ปีที่พี่ทุ่มเท และหลังจากนี้ โชคชะตาจะนำพาไปในทิศทางไหนก็ต้องติดตามกันต่อไป ^^

  3. ขอชื่นชมในความขยันและความสามารถเลยครับ พี่ด่อง (ล้มแล้วลุกไม่ย้อท้อต่อความยากลำบากในการทำเพลง) เป็นกำลังใจให้พี่นะครับ ชอบ หัวใจตบ ครับ น่ารักดี คอยติดตามผลงานอยู่เรื่อยๆนะครับ

  4. ด่อง ในฐานะเพื่อนเก่าแก่ ขอยอมรับว่านายเก่งจริงๆกับความพยายามและความสามารถการแต่งเพลงที่เป็นพรสวรรค์เฉพาะตัว(ห้ามดูจากภายนอกนะครับ) รวมทั้งทีมงานก็ฝีมือดีทุกคน(แน่ด้วย) เป็นกำลังใจให้นะเพื่อน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s