Home

(ภาพโฆษณาจากปี 1976)

ขออนุญาตใช้ภาษาของผมเอง เนื่องจากไม่ทราบศัพท์ที่บรรดานักวิจารณ์เพลงใช้กัน

1. เพราะมันคือยุคปลายของ Soul เข้าสู่ช่วงเฟื่องฟูของดนตรี Funk แล้วต่อเนื่องด้วยการมาของจังหวะ Disco ศิลปินหน้าไหนก็ต้องเล่นให้มีกลิ่นออกทางนี้ เพราะว่ามันคือแนวของยุคนั้น

2. เพราะเสียงสังเคราะห์ยังมีไม่มาก วงดนตรียังมีขนาดใหญ่ เพราะ synthesizer ไม่มีให้ใช้ ที่มีก็เลียนเสียงเครื่องดนตรีอะไรไม่ได้ ทำให้ในวงต้องมีมนุษย์จริงๆ มาเป่าเครื่องเป่า มาสีเครื่องสาย มาตีกลองต่างๆ กันอย่างครื้นเครง

3. เพราะเพลงส่วนใหญ่ ไม่ว่าแนวไหนก็มักจะมีเสียงเครื่องเป่าคลอไปทั้งเพลง (งานนี้ไม่นับพวกแนวโหดๆ นะครับ)

4. เพราะสุ้มเสียงของกลองมันฟังดูไม่แน่น แต่เนียนละเมียดหู ส่วนเสียงกีตาร์และเบสฟังแล้วมันออกไปในทางเป๋ๆ ไม่เนี๊ยบเหมือนสมัยนี้ แต่นั่นคือสเน่ห์ของมัน ซึ่งผมโคตรลุ่มหลง

5. เพราะการบันทึกเสียง ส่วนมากเล่นสดกันทั้งวงรวดเดียวไปเลย ดนตรีได้ความสดลงตัวมากกว่าเพลงสมัยใหม่ ที่อัดทีละชิ้น บางทีมาจากคนละที่แล้วเอามายำรวมกันในคอมพิวเตอร์ อีกอย่างคือยุคนั้นการบันทึกเสียงเริ่มมีคุณภาพแล้ว ต่างจากการอันเสียงจากทศวรรษก่อนหน้า ที่เสียงไม่ชัดเอาเสียเลย

6. เพราะนักดนตรียุค 70’s ว่าจะได้ออกอัลบั้มเล่นดนตรีมาสักพักแล้ว นั่นแปลว่าเครื่องดนตรี โดยเฉพาะกีตาร์ และ แอมป์ ที่ใช้ต้องผลิตก่อนหน้านั้น ซึ่งก็น่าจะมาจากยุค 60’s  ที่นับเป็นยุค Golden Age ของกีตาร์และแอมป์ เนื่องจากกรรมวิธีการผลิตและคุณภาพนั้นสุดยอดที่สุด เพราะยังไม่ถึงยุคแข่งขันกันจัดจนลดต้นทุน สรุปคือเสียงกีตาร์ของยุคนี้แหละแจ่มสุด กีตาร์ราคาไม่กี่ร้อย USD ตอนนี้ราคาตัวเป็นหมื่น USD แล้ว

7. เพราะผมชอบแฟชั่นของยุคนี้ แม้จะไม่ได้แต่งตามก็ตามที สีสันแรง ลวดลายผ้าร่าเริง ผู้คนสนุกสนานตามสมัย

8. เพราะผมเกิดในช่วงปี 70’s (แต่ปลายๆ หน่อยนะครับ ยังไม่ชราภาพขนาดนั้น) โตมากับเพลงจากยุคนี้ พ่อแม่ชอบดูรายการ Solid Gold ซึ่งเป็นรายการเพลงของอเมริกัน ที่ช่อง 3 เอามาเปิดให้คนไทยได้รับรู้เรื่องเพลง ผมก็ได้ดูบ่อยๆ เลยชอบเป็นพิเศษ

9. เพราะสมัยเมื่อผมเป็นเด็ก ยุค 70’s คือเมื่อวานซืน ผ่านมาไม่นาน แถมเชยอีกต่างหาก แต่ปัจจุบันมันปาไป 30-40 ปีแล้ว แม้ทำให้รู้สึกว่าเวลามันช่างหมุนไปเร็วจริงๆ แต่ที่เจ๋งกว่าคืออะไรๆ สมัยนั้นก็ดันกลับมาอินเทรนด์ใหม่กันเป็นแถวทั้งเพลงและแฟชั่น ช่างอมตะดีแท้ เขียนไปงงไป ใครไม่เข้าใจก็ช่างมัน เพราะผมเองยังมึนเอง

10. เพราะเพลงที่ผมรักที่สุดในชีวิตคือ Feels So Good แต่งและนำเสนอโดย Chuck Mangione ในปี 1976 มันเป็นเพลงบรรเลงความยาวแถวๆ 9 นาที ถ้าในยุคนี้มีเพลงลักษณะนี้ คนคงว่าบ้าและไม่มีใครอยากฟังนัก แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในปี 1976 หรือ 77 (จำไม่ได้) บทเพลงนี้สามารถคว้ารางวัล Grammy Award ไปครองได้ ไม่ใช่สาขาเพลงบรรเลงนะ มันคือรางวัลเพลงตัวพ่อแห่งปีเลย เพลงนี้ดังโคตร จนเรียกว่าโหลก็ได้ คนสมัยนั้นคงฟังกันเบื่อ แต่ผมเพิ่งมาเคยได้ยินเป็นครั้งแรก จากแผ่นเสียงที่อาจารย์วิชาดนตรีเปิดให้ฟังตอนอายุ 16 จากนั้น Feels So Good ก็ยังคงกังวาลอยู่ในร่างกายผมแบบซึมลึกเกินจะล้างออกมาได้ เริ่มจากเพลงนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมต้องค้นหาดนตรีแห่งยุคดอกไม้ ยาเสพติด และสงคราม มาป้อนเข้าหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นานๆ เข้าก็ทำเพลงมันเสียเองเลย แต่เนื่องจากเราอยู่ในยุคปัจจุบัน มีเครื่องมือสมัยใหม่มาเอี่ยวมากมาย และนักดนตรีส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ฟังเพลงกับผม ซาวด์และแนวเลยเป็นแบบใหม่ปนเก่าไป ซึ่งผมก็ชอบครับ เพราะมันจะได้ไม่โบราณ เป็นดนตรี retro ของจริง

จึงเรียนมาเผื่ออยากทราบ

ด่อง

One thought on “ทำไมผมถึงบ้าดนตรียุค 70’s

  1. เห็นด้วยกับคุณด่องครับ…..ผมอาจจะขยับมาชอบช่วงปลาย70ต่อเข้ามา80และหยุดความชอบไว้ที่90……รู้สึกว่าเป็นเพลงยุคที่มีความเป็นดนตรีสูงกว่ายุคหลังๆ ผมอาจจะอธิบายได้ไม่ชัดเจนเท่าคุณด่อง เพราะไม่รู้เรื่องศัพท์แสงทางดนตรี แต่มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆครับ
    สำหรับผมชอบแจ๊สเป็นหลัก….ครั้งแรกที่ฟัง Feels So good ก็ติดใจลีลาการเป่าทรัมเป็ตแล้ว ดนตรีแนวนี้ชอบอยู่แล้วครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s