Home

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4092

คอลัมน์ Sound Delicious

โดย อัษฎา อาทรไผท

ผม ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามศิลปินชาวอเมริกันสายเลือดเช็ก นามว่า Jason Mraz นายนี้มาได้หลายปีแล้ว แม้เคยผ่านตาว่าอัลบั้มของเขาเคยถูกเสนอเข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดมาแล้ว แต่ก็ไม่เคยให้ความสนใจกับผลงานของเขานัก เพราะโดยส่วนตัวแล้วชอบดนตรีที่มีเครื่องเคราเยอะๆ แต่ที่ผ่านมา Jason Mraz ทำเพลงคล้ายๆ กับที่ Jack Johnson ทำ เป็นดนตรีฟังง่ายๆ ใช้กีตาร์โปร่งเล่นไปชิวๆ ท่วงทำนองไม่ค่อยเร่าร้อนนัก ซึ่งแนวนี้ที่หนึ่งคงเป็นของท่าน Jack มากว่าน้อง Jason บวกกับการที่เขานิยมแสดงคอนเสิร์ตตามสถานที่เล็กๆ ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาไม่ค่อยอลังการเท่าไหร่นัก

แต่แล้วความรู้สึก ของผมก็เปลี่ยนไป คืนหนึ่งผมไปนั่งอยู่ในสตูดิโออัดเสียงห้องหนึ่ง โปรดิวเซอร์กำลังเปิดเพลงเพลงหนึ่งให้นักดนตรีฟัง เพื่อเอาไว้ใช้อ้างอิงในการบันทึกเสียงเพลงไทยชั้นนำที่พวกเขากำลังจะอัดใน คืนนั้น นักดนตรีมีหน้าที่เล่นให้คล้ายๆ กับที่พวกเขากำลังได้ยินกันอยู่ ผมไม่ได้ไปอัดแต่ได้ไปฟังอยู่ด้วย จังหวะจะโคนของดนตรีแม้ไม่ได้เร็วมาก แต่ฟังแล้วมันส์ ดนตรีโปร่งใส แต่เครื่องเป่าทองเหลืองกระชากจังหวะ ให้อดแอบขยับเท้าตามไม่ได้ พอเพลงจบ ผมอดไม่ได้ที่จะไปถามว่ามันคือเพลงของใคร ปรากฏว่ามันคือเพลง “Make It Mine” ของ Jason Mraz ชุดล่าสุด “We sing. We dance. We Steal things.” นั่นเอง ท่านโปรดิวเซอร์เห็นผมชอบ เลยถามว่า “จะให้ไรต์ให้ไหม” ผมรีบบอกไปทันใดว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ไปซื้อของจริงเลย”

เมื่อ แผ่นมาอยู่ในมือ รู้สึกว่าแค่หน้าปกก็สื่อถึงงานข้างในแล้ว มันเป็นภาพลายเส้นง่ายๆ รูปหน้าของ Jason Mraz และภาพอะไรอีกมากมายแบบเน้นรายละเอียด ไม่ต่างจากแนวเพลงง่ายๆ แต่ซ่อนความซับซ้อนไว้ในดนตรีแบบมีลีลา จ่ายเงินครานี้ผมรู้สึกคุ้มค่ามาก เพราะมันไม่ได้มีแค่แผ่นเดียว แต่มาทีเดียวสามแผ่น เป็นซีดีสองแผ่น และดีวีดีคอนเสิร์ตอีกหนึ่งแผ่น โดยซีดีแผ่นแรกคือตัวอัลบั้ม อีกแผ่นเป็นรวมแสดงสดและอีพี แผ่นที่สามเป็นดีวีดีบันทึกการแสดงสด (ใครชอบขอแนะนำให้

หามาดู เพราะดีมากๆ แถมมีการล้อพาดพิงถึงประเทศไทย

เราด้วย)

เพลง โดยรวมของเขาในชุดนี้ มีส่วนผสมของดนตรี Folk, Reggae, Hip Hop, Jazz, Funk และ Pop ซึ่งเมื่อรวมกันออกมาแล้วอร่อยหูไปถึงทรวงใน แบบฟังเพลงเดียวได้ครบทุกรส(นิยม) แถมมีทีเด็ดที่เจ้าตัวควงกีตาร์คลาสสิก (ที่ไม่ค่อยมีใครเอามาเล่นวงแนวนี้) มาตีคอร์ดแจมด้วย หากกังขาว่ามันเจ๋งขนาดไหน ขอบอกว่าเจ๋งขนาดได้รับเลือกเสนอเข้าชิงรางวัล

แกรมมี่อวอร์ดถึงสองรางวัลในปี 2009 นี้ น่าเสียดายที่เขาชวดไปทั้งสองรางวัล แต่ถ้าให้ผมเป็นกรรมการ รับรองว่าเขาได้

แกรมมี่อวอร์ดแน่นอน

เนื้อที่ จวนหมด ผมขอเลือกเพลงมาแนะนำสักสามเพลง ส่วนเพลงที่ดังแล้วอย่าง I”m Yours หรือ Lucky ขอให้ไปหาฟังกันเอาเองนะครับ คราวนี้อยากให้คุณได้สัมผัสกับเพลงที่ดังน้อยกว่า แต่ความเก๋าไม่ได้เป้นรองเพลงหน้าไหนในโลกหล้าเลย

เริ่มด้วยเพลง แรกที่ผมได้ยินนั่นคือ Make It Mine เป็นเพลงจังหวะไม่เร็วมาก ดนตรีกระชากเป็นพักๆ ให้ขยับตาม ต่อด้วยเครื่องเป่าฉุดให้ดนตรีมีสีสันจัดจ้าน และที่ขาดไม่ได้คือเทคนิคการร้องที่มีลูกเล่นเจือกลิ่นเรกเก้เป็นเอกลักษณ์ เสน่ห์ของทีมเป่าของเขาอยู่ที่ Trombone ที่แม้เป็นเครื่องเสียงต่ำ แต่ทุกทีที่มีเสียงของมัน คนเป่ามักลากขึ้นไปเป่าสูงๆ ให้มันสะเด่าหูอยู่ทุกทีไป ยิ่งได้ชมดีวีดีที่แถมมาด้วยแล้ว ใครชอบเครื่องเป่า จะเพลินไปเลย

ต่อด้วยเพลง Butterfly ที่จับเอาวงอคุสติกมาเล่น Funk กันอย่างเมามันส์ ดนตรีขลุกขลิกตามสไตล์ บวกกับเครื่องเป่าทรงพลังยิ่งกว่าเพลงก่อนหน้า พรั่งพรูออกมาสะกดให้ร่างกายขยับตามตั้งแต่วินาทีแรกของเพลง เริ่มมาแบบปลุกให้คึกนิดๆ ต่อด้วยช่วงเนิบ ที่แฝงเสียงกีตาร์บอดเอาไว้คลอๆ ตามด้วยช่วงเร่งที่มาพร้อมเสียงเครื่องเป่าคมๆ ได้อารมณ์ Funk ดีแท้ ยิ่งหากใครฟังลึกไปถึงเนื้อร้องแล้ว จะตะหนักว่าเจ้าเพลงนี้มันช่างร้อนเร่าเหลือขนาด

ปิดท้ายด้วยเพลง Live High ซึ่งเป็นเพลงที่มีแนวทางคอร์ดเหมือนกับว่าจะเป็นเพลงง่ายๆ ที่คนทำเพลงมักยึดเป็นสูตรสำเร็จ ใช้ทำเพลงให้ดังได้ไม่ยาก แต่ของ Jason Mraz แม้จะใช้ทางคอร์ดคล้ายๆ กัน แต่ของเขาไม่ได้ทำแบบพื้นๆ นับเป็นตัวอย่างของการเอาคอร์ดที่น่าจะออกมาธรรมดา มาเรียบเรียงให้ออกมามีสีสัน มีเนื้อหา มีเสน่ห์ จนน่าติดตามฟังไปจนจบ เพลงนี้ได้ยินครั้งแรกนึกถึงเพลงตลาด แต่พอฟังไปเรื่อยๆ ก็เริ่มบอกตัวเองว่าไม่ใช่หรอก นี่มันเพลงมีชั้นเชิง ยิ่งเข้าท่อนหลังๆ มีการเรียบเรียงเครื่องเป่าเข้ามาเสริมความเก๋า ให้รู้สึกได้ ว่าบทเพลงนี้มันช่างเรียบง่ายแต่หรูหราเหลือเกิน

ใครกำลังอยากหา เพลงฟัง ขอแนะนำเลยว่า Jason Mraz (ออกเสียงว่า เจสัน มาซ) คือตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะฟังสบาย เสพง่าย แถมมีจังหวะให้ขยับตามได้ด้วย ยิ่งถ้าซื้อแผ่นจริง จะได้ถึงสามแผ่น อัดแน่นด้วยเรื่องราวของเขาคับกล่อง แต่ใครอินจนอยากดูเล่นสด ผมขอเสียใจด้วย เพราะขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้เห็นมีข่าวว่า Jason Mraz จะมาทัวร์คอนเสิร์ตแถวๆ บ้านเรา แต่น่าเสียดาย เขาไม่มาเล่นที่เมืองไทย ประเทศที่น่าจะไปน้อยกว่าบ้านเราก็ดันไป ไม่ทราบว่าทำไมถึงไม่ยอมมาแดนสยามเมืองยิ้ม หรือเขากลัวว่ามาแล้วจะกลับไม่ได้ก็ไม่ทราบ ใครทราบช่วยบอกทีครับ😀 (หน้าพิเศษ D-Life)

หน้า 10

4 thoughts on “Jason Mraz ได้ยินโดยบังเอิญ แต่ติดใจโดยสดุดี

  1. รู้สึกว่า Jason Mraz จะเลือกไปทัวร์คอนเสิร์ตจากผลโหวตน่ะค่ะ
    ประเทศไหนผลโหวตมาก ก็ไปที่นั่นก่อน
    ผลโหวตจากไทยคงยังน้อยอยู่มั้งคะ เลยยังไม่แว้บมาที่นี่ซักที ^^”

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s