Home

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4100


ศิลปะความเป็นคน ตอนบันไดเลื่อน ลิฟต์ และรถไฟฟ้า

คอลัมน์ Delicious GROOVE

โดย อัษฎา อาทรไผท

หลัง จากที่ผมได้เคยอุตริเขียนเกี่ยวกับเรื่องมารยาทสังคมมาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้มีผู้อ่านหลายท่านส่งข่าวมาว่าอยากให้เขียนแนวนี้อีก ผมเลยถือโอกาสช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้นำเสนอเรื่องทั่วไปที่ใครๆ ก็พบเจอแต่ไม่ค่อยสนใจ เพราะชีวิตขาดศิลปะความเป็นคนมานานจนทนไหว คราวนี้ขอนำเสนอสามหัวข้อด้วยกัน ดังนี้

บันไดเลื่อน แลดูคล้ายศิลเปรอะมากกว่าศิลปะ

เคย เจอไหม เวลาที่คุณกำลังรีบเร่ง เวลามีจำกัด ต้องไปให้ถึงธุระอย่างรวดเร็ว กึ่งเดินกึ่งวิ่งหลบหลีกผู้คนมาได้ตลอด แต่มาตายตอนขึ้นบันไดเลื่อน เพราะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ ในเมื่อฝูงชนยืนกันเป็นแพบ้าง สลับฟันปลาบ้าง เกลื่อนอยู่เต็มพื้นที่ของบันไดเลื่อน สุดท้ายก็ต้องยืนรอทั้งๆ ที่รีบ เวลาผมมองดูคนขึ้นลงบันไดเลื่อนตามห้างบ้านเรา ร้อยทั้งร้อยมักแลดูคล้ายภาพ abstract ยืนกันเลอะเทอะ ชิดขวาบ้าง ชิดซ้ายบ้าง ยืนคู่บ้าง ยืนคี่บ้าง สรุปแล้วไม่มีระเบียบไปเสียหมด หากเป็นงานอาร์ต อาจพอมีคนเห็นว่างดงาม แต่นี่คือโลกมนุษย์ หาใช่ภาพพิศไม่ ทำให้มองยังไงก็ไม่ชวนชม มีแต่จะ เบื่อหน่ายและหดหู่กับสิ่งที่ได้เห็น

ผม รู้สึกชื่นชมทุกครั้งที่ได้ไปเยือนประเทศที่เจริญแล้ว ผู้คนเขามีศิลปะในการใช้บันไดเลื่อน ใครไม่รีบจะยืนชิดอยู่ด้านหนึ่งและเว้นที่ไว้ให้ผู้ที่รีบสามารถวิ่งขึ้น บันไดเลื่อนไปได้ บางเมืองชิดซ้าย บางเมืองชิดขวา ตามแต่กติกาของแต่ละที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนประเทศเขาทำกันจนเข้าเส้น ไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช ก็ปฏิบัติกันอย่างอัตโนมัติ บ้านเราน่าเศร้า ไม่เคยได้ยินว่ามีที่ไหนปลูกฝังเด็กเรื่องการขึ้นบันไดเลื่อน ทั้งๆ ที่สอนไม่ยาก ปฏิบัติก็แสนง่าย ปล่อยให้เด็กไทยเติบโตขึ้นแบบไร้ศิลปะในการใช้บันไดเลื่อน เฉกเช่นผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ดูเหมือนจะไม่สนใจ จนดูไร้อารยธรรมในสายตาชาวโลก

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเคยได้ยินเพื่อนบ่นว่า ไปฮ่องกงมา ยืนบนบันไดเลื่อนอยู่กับแฟน จู่ๆ มีคนฮ่องกงรีบวิ่งขึ้นมาอย่างเร็ว ชนเขาอย่างแรง แถมมองด้วยสายตาเหยียดหยามเหมือนเขาทำอะไรผิด ผมบอกไปว่า ใช่แล้วเพื่อน แม้นายไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่นายกำลังฝ่าฝืนมารยาทสังคม ที่ใครมาพบก็คงดูถูกเอาง่ายๆ ที่โดนอย่างนั้นมันก็สมควรแล้ว เพื่อนผมกลับไม่เห็นด้วย โมโหไปเลย เหตุเพราะมันไม่มีศิลปะความเป็นคน

ความงดงามของการใช้ลิฟต์

ตั้งแต่ เคยโดยสารลิฟต์มาร่วม 30 ปี ศิลปะการใช้ลิฟต์ของคนไทยเราพัฒนามามาก จากสมัยก่อนไม่มีใครสนใคร ตอนนี้พอจะมีการถาม “ไปชั้นไหนครับ/ค่ะ” บ้าง แต่ภาพรวมยังถือว่ามีปัญหาอยู่ดี คุณเคยพยายามจะออกจากลิฟต์ที่แน่นเหมือนปลากระป๋อง แต่เกือบออกไม่ได้เพราะคนที่อยู่หน้าประตูยืนออกันแบบไม่ใส่ใจ ต้องแหวกว่ายออกไปด้วยความลำบากไหม หากเคย ลองทำแบบนี้ครับ เมื่อขึ้นลิฟต์หากพื้นที่ข้างในยังว่างอยู่ พยายามยืนอยู่หน้าๆ ที่ให้อยู่หน้าๆ ไม่ใช่จะให้ไปเอาเปรียบใครนะครับ แต่ผมจะให้คุณนี่แหละ เป็นผู้มี ศิลปะในการขึ้นลิฟต์เพียงคนเดียวในลิฟต์อันโหดร้าย หลังจากกดชั้นที่ต้องการแล้ว คอยถามผู้คนที่เอื้อมไม่ถึงว่าจะไปชั้นไหน หากคนข้างในจะออก แต่คุณยังต้องไปต่อ ถ้าคุณบังเขา ขอให้ก้าวออกไปข้างนอกสักนิด มือกดปุ่มเปิดไว้ พอเขาออกได้ ก็กลับเข้ามาใหม่ คอยดูว่ามีใครจะขึ้นอีกไหม หากไม่มีก็กดปิดประตู หากทำได้แบบนี้ คุณคือสุดยอดแห่งคนใช้ลิฟต์ เท่าที่ประสบมา มีหลายครั้งที่ผู้ใช้ลิฟต์ไม่ใส่ใจคนที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ ปล่อยให้ประตูปิดไปต่อหน้าต่อตา มีหลายหนที่คนเพิ่งพยายามแหวกคนออกมาจากลิฟต์ โดนประตูลิฟต์หนีบเพราะไม่มีใครกดเปิดให้ นี่คือผลพวงของความไร้ซึ่งศิลปะความเป็นคน

รถไฟฟ้าและความน่าเกลียดของมนุษย์

น่า แปลกมาก เพราะเรื่องขึ้นรถขึ้นรา เขามีสอนกันในโรงเรียนว่า ให้สละที่นั่งแก่เด็ก สตรี และคนชรา แต่ผมเห็นมีคนปฏิบัตตามกันน้อยเหลือเกิน จากการใช้บริการ BTS มาอย่างโชกโชน พบว่าไม่ค่อยมีการสละที่นั่งให้ผู้ที่ควรจะได้ที่นั่ง สำหรับสตรี ผมเข้าใจว่าสมัยใหม่คงจะมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน บรรดาผู้ชายเลยไม่ค่อยลุกให้ ส่วนผู้หญิงเองก็พอกัน อันนี้ เจอกับตัวเอง ผมเคยลุกให้สาวอ้วนคนหนึ่ง แต่สาวเจ้าบอกมาว่าไม่เป็นไร ทำให้หน้าแตกไปทันที เพราะทำความดีไม่ขึ้น แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อภรรยาของผมมีครรภ์ได้ 8 เดือน ท้องป่องมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้ว วันหนึ่งเธอจำเป็นต้องใช้รถไฟฟ้า เชื่อไหม ไม่มีชายหน้าไหนลุกให้นั่งเลย โหนตั้งแต่ต้นสายจนถึงที่หมาย สรุปคือบางทีคนหวังดีลุกให้ก็ไม่มีใครนั่ง บางทีคนที่ควรจะได้นั่งก็ไม่มีใครลุกให้ มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน แต่ที่แย่กว่าคือตอนจะเข้าจะออกในช่วงเร่งด่วน แม้เขาจะเขียนไว้ที่พื้นว่า ให้คนข้างในออกก่อน แต่ก็ยังมีพวกคนเถื่อนในคราบคนเมือง ที่ชอบชิงพุ่งพรวดสวนกระแส คนที่พยายามจะออกจากรถไฟฟ้าให้เห็นได้อยู่ร่ำไป ไม่อยากเอ่ยถึงเมืองนอกบ่อย แต่ก็ต้องเอ่ยว่า ที่ประเทศที่เจริญแล้ว เขาผลัดกันเข้าผลัดกันออกกันอย่างมีระเบียบ มีศิลปะกว่า เราเยอะ

แต่ จะให้พี่น้องชาวไทยเราเจ๋งเท่าประเทศที่เจริญแล้วได้อย่างไร ในเมื่อสังคมไทยเรา ไม่ว่าจะสีอะไร เอะอะก็ยึดโน่น ยึดนี่ ปิดโน่น ปิดนี่ ผิดทั้งกฎหมาย ทั้งกติกา มารยาทมากมายก่ายกอง หนักกว่าที่ผมสาธยายมาข้างต้นนัก เมื่อไหร่หนา คนไทยเราจะมีศิลปะความเป็นคนกับเขาสักที😀 (หน้าพิเศษ D-Life)

2 thoughts on “ศิลปะความเป็นคน ตอนบันไดเลื่อน ลิฟต์ และรถไฟฟ้า

  1. ตามใจคือไทยแท้ครับคุณด่อง…..มันก็เลยฟรีสไตล์ครับ ตามสบายเลยครับ…คนไทยเดี๋ยวนี้วินัยกับมารยาทสังคมแย่ลงครับ แถมไม่มีน้ำใจให้คนไทยด้วยกันครับ

    วันก่อนผมอ่านคอลัมภ์ในโพสต์ทูเดย์ก็มีคนเขียนเรื่องคนไทยเดี๋ยวนี้มารยาทสังคมแย่ แถมไร้น้ำใจ คอลัมภ์แรกเขียนถึงเด็กวัยรุ่นที่เดินบนทางเท้าที่แคบๆเดินคุยโทรศัพท์มือถือด้วย เดินตรงกลางทางแถมเดินเอื่อยเฉื่อย ไม่สนใจว่าคนอื่นที่รีบเดินตามมาข้างหลังจะมีช่องให้เดินแซงไหม ปกติมารยาทในการใช้ทางเท้านั้น ถ้าจะเดินช้าก็ควรชิดด้านซ้ายมือ เว้นทางด้านขวาให้คนข้างหลังเดินแซงไป……อีกตัวอย่างหนึ่งที่เขียนถึงความไร้น้ำใจ คือคนเขียนเรื่องไปเที่ยวงานสัปดาห์หนังสือจนเที่ยงแล้วก็เดินไปที่ลานขายอาหาร คนนั่งเต็มไปหมด เดินไปพบโต๊ะหนึ่งนั่งอยู่คนเดียวมีเก้าอี้สี่ตัว จะขอนั่งก็บอกว่าเพื่อนนั่งจองอยู่เดี๋ยวเขาจะมา คนเขียนเลยเดินไปหาอีกเจอโต๊ะอีกตัวหนึ่งมีผู้หญิงนั่งอยู่สองคนกับของหลายชิ้น เก้าอี้หกตัว จะขอนั่ง ก็มาคนเดียวคงนั่งทานให้เสร็จแล้วไปเดินดูหนังสือต่อ เธอสองคนก็ทำท่าไม่พอใจบอกว่าเดี๋ยวเพื่อนจะมานั่ง คราวนี้คนเขียนเรื่องบอกว่าขอนั่งทานแป๊ปเดียวเดี๋ยวถ้าเพื่อนมาจะลุกให้ ก็เลยเก็บของที่วางเต็มโต๊ะออก นั่งสองคนเก้าอี้ว่างถึงสี่ตัวแต่เธอเรียงของตัวเองเสียเต็มโต๊ะ คนเขียนเรื่องนี้ก็นั่งไปอยู่นานก็ไม่เห็นมีเพื่อนที่เธอทั้งสองคนอ้างมาสักที แอบหันไปมองโต๊ะตัวแรกที่ขอนั่งแล้วไม่ให้นั่ง ก็ไม่มีใครมานั่งจนเต็มอย่างที่เขาบอกสักที…..น่าเสียดายจริงๆ คุณโชคดีได้โต๊ะนั่งทานอาหาร แต่ไม่มีน้ำใจปันที่นั่งเพียงที่เดียวให้คนอื่น เรื่องแค่นี้คนไทยยังไม่มีน้ำใจให้กันแล้วผมก็คงไม่หวังอะไรจากคนไทยมากกว่านี้หรอกครับ…….เวลาผมไปนั่งทานอาหารในฟู้ดเซ็นเตอร์กับลูก ผมสอนว่าให้รีบๆทานให้เสร็จอย่ามัวแต่นั่งเล่น เพราะมีคนอื่นรอใช้อยู่….พยายามสอนลูกให้คิดถึงคนอื่นบ้าง เรามีบ้างแบ่งคนอื่นบ้างมันไม่เสียหายอะไรเลย….

    ..นั่งบ่นตามประแสคนแก่รุ่นไดโนเสาร์อีกแล้วครับ…คุณด่อง

  2. เคยเจอมากับตัวเลยครับเรื่องนี้

    ต่อมีอีกcaseครับคือตอนรอเรียก TAXI ที่สยามนี่แหล่ะครับ

    ช่วงหัวค่ำคนจะรอเรียกกันเยอะมาก ซึ่งเราก็ยืนรออยู่ครับ และปล่อยให้คนที่มาก่อนเราเรียกไปก่อน หากTaxi คันนั้นไม่ไป ก็ถึงคิวเรา

    แต่นี่เรากำลังจะเรียกก็มีคนเดินมาแทรกและเรียกตัดหน้าไปแบบไม่เกรงใจเลย

    เราทำอะไรไม่ได้เลยครับ นอกจากยืนมองเค้าแบบ งง ๆ ในใจก็คิด “ทำกันแบบนี้เลยเนอะ”

    แต่ก็ดีใจนิดนึงครับที่เราไม่ใช่คนจำพวกนั้น ^^

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s