Home

วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4116  ประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ Sound Delicious

โดย อัษฎา อาทรไผท

ผม ได้ยินชื่อวงดนตรีวงนี้ได้ไม่นาน จากนิตยสารฉบับหนึ่ง แต่ไม่เคยได้ยินเพลงของพวกเขาเลย เมื่อแรกเห็นสิ่งเดียวที่ชอบใจคือการแต่งกายด้วยชุดสีทองเรื่อทั้งตัว เหมือนกันหมดทุกคน แฟชั่นออกไปทางยุค 70″s ดูแล้วมีเอกลักษณ์จนอยากหาเพลงมาฟัง แต่ไม่ทราบว่าจะออกจำหน่ายเมื่อไร จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มือฟลุ้ตที่ทั้งเล่นอัดเสียงและเล่นคอนเสิร์ตให้ผม ได้พูดถึงวงดนตรีของเพื่อนของเขา ที่เพิ่งจะออกผลงานกับค่ายเพลง Loveis ของ คุณบอยด์ โกสิยพงษ์ ภายใต้ชื่อ The Begins อัลบั้มเหรียญทอง เมื่อได้ยินชื่อวงดนตรีนี้อีกครั้ง เลยทำให้รู้สึกอยากจะเริ่มออกตามหางานชุดนี้มาฟัง

ตามปกติแล้ว ผมจะไปซื้อซีดีที่ร้าน แกรมมาโฟน สยามพารากอน ราคาแพงกว่าตามร้านเล็กๆ แต่ผมยอมจ่าย เพราะชอบที่ทางร้านเขายังอนุรักษ์การขายซีดีตามแบบที่ผมรู้จักไว้ นั่นคือมีซีดีมากมาย มีสเตชั่นให้ลองฟังเพลง และมีคนขายให้ถามไถ่ ต่างจากการค้าเพลงสมัยใหม่ ที่นิยมโหลดเอา ผมเชื่อว่านี่คือรูปแบบใหม่ของธุรกิจเพลง แต่อดเศร้าไม่ได้ ที่บรรยากาศการเลือกซื้อเพลง แบบเดิมๆ ที่สามารถหยิบซีดีมาพลิกดูก่อนซื้อ (บางแผ่นซื้อไปเพราะหน้าปก ข้างในไม่เคยฟังก็มี) ซื้อมาก็แกะปกอ่านข้างใน แผ่นซีดีจับต้องได้ ไม่เหมือนสมัยนี้ ที่มาเป็นไฟล์ สะดวกก็จริง แต่มันไม่มีตัวตน เมื่อฮาร์ดดิสก์พังมันก็หายไปด้วย ตอนผมไปญี่ปุ่น อดทึ่งไม่ได้ที่ร้านซีดีใหญ่ๆ เช่น Tower Records, HMV และ Tsutaya เขายังเปิดบริการกันแบบเต็มสตรีม แต่ละร้านมีหลายชั้น แต่ละชั้นมีซีดีวาง

เรียง รายเพียบ ทุกแนวเพลงเต็มไปหมด ไม่ต่างกับที่อเมริกา หรือบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน ดีใจแทนศิลปินญี่ปุ่น ที่แม้แผ่นจะขายกันแผ่นละเกือบพันบาท แต่ก็ยังมีคนซื้ออยู่ เรื่องอย่างนี้มันแล้วแต่วัฒนธรรม ของเราร้านซีดีมันหมดสมัยไปแล้ว ขนาดร้านดีเจสยาม ตอนนี้ยังหันไปขายขนมเสียครึ่งร้านแล้ว ต้องทำใจ

กลับ มาที่เรื่องวง The Begins ดีกว่าครับ ที่ผมสาธยายเรื่องร้านซีดีมายืดยาว เพราะผมตามหาร้านขายซีดีไม่เจอ ที่ที่เคยมีก็ไม่มี และช่วงนี้ก็ไม่ได้ไปสยามพารากอนด้วย การควานหา The Begins จึงเป็นเรื่องลำบากมาก ร้านที่เจอแถวบ้านก็ขายแต่วงตลาดๆ ไม่มีใครรู้จักวงนี้เลย ครั้นไปที่เอ็มโพเรียม ก็มีแต่ขายเพลงกลายพันธุ์ ซึ่งผมไม่เสียเวลาเดินไปดู เพราะคงไม่มีเพลงแนวนี้ขายอยู่แล้ว หลายครั้งที่ผมกะจะตัดช่องน้อยโหลดเถื่อนเอาซะเลย ทั้งๆ ที่อยากอุดหนุน แต่ในที่สุดผมก็ได้มาฟังจนได้ (จากคนใกล้ตัว) และก็ไม่ผิดหวังที่พยายามตามหาอยู่หลายวัน

วง The Begins มีสมาชิกอยู่ห้าคน แต่ละคนไม่ธรรมดา สามคนแรกที่จะกล่าวถึงคือหนุ่มสามคนที่เคยฝากเสียงเอาไว้ในงาน Rhythm & Boyd E1EVEN1H ของคุณบอยด์ โกสิยพงษ์ พวกเขาคือ 1.ณอน ศุภสิษฎ์ สกลธนารักษ์ (เปียโน) หนุ่มแบงค์ลูกครึ่งฮ่องกง ที่เคยคว้ารางวัลชนะเลิศร้องเพลงจาก สยามกลการ มาแล้ว 2.วุฒิ วงศ์สรรเสริญ (กีตาร์) มือกีตาร์รุ่นใหม่ ที่เป็นเบื้องหลังผลงานเพลงดังๆ มากมาย รวมทั้งเพลง “เพลงเพื่อพ่อ” 3.ใหม่ กิติวัฒน์ แสงประทีป (เปียโน) นักเปียโนคลาสสิก ที่เอาชนะการคัดเลือกเฟ้นหาศิลปินหน้าใหม่ของค่าย Loveis มาได้ (จากผู้เข้าประกวดนับหมื่นคน)

สองคนหลังที่จะแนะนำนั้น แม้ไม่ได้ร่วมขับร้องในงานของคุณบอยด์มาก่อน แต่ฝีไม้ลายมือจัดอยู่ในชั้นเทพ คนแรกเป็นมือเบสนามว่า ต๋อง อภิชา สุขแสงเพ็ชร มือเบสหัวใจดิสโก้ผู้นี้ คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมานานแล้ว เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงเด็ดๆ อย่าง “แค่บอกว่ารักเธอ” ของวงหมีพูห์ ที่โด่งดังอย่างมากเมื่อหลายปีก่อน นอกจากนั้นยังเป็นคนแต่งเพลงให้ The Star ละครเมืองมายา การ์ตูนนางนาค และงานเพลงดังๆ อีกมากมาย ส่วนสมาชิกคนสุดท้าย เป็นมือกลอง R&B ที่มีความเก๋าถึงขั้นตั๊กม้อ น้า Kelvin Biddle มือกลองสัญชาติอเมริกัน ที่เคยเล่นให้ Backstreet Boys, BoyzIIMen และวงระดับโลกอีกหลายวง ความจริงเขาควรจะกระหน่ำกลองอยู่ที่เมืองนอก แต่ความรักทำให้เขาตัดสินใจมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองไทย เป็นเหตุให้คุณบอยด์ชักชวนมาเป็นขาประจำในบ้าน Loveis

สำหรับแนว เพลงของ The Begins ทางวงประกาศว่าดนตรีของพวกเขาคือ Rhythm & Disco ซึ่งเป็นแนวที่พวกเขาตั้งขึ้นมาเอง ใครชอบดนตรีดิสโก้ย้อนยุค ช่วงปลาย 70″s ต้น 80″s คงจะติดใจงานเพลงของพวกเขาได้ง่ายๆ เท่าที่ผมได้ฟังมาหลายรอบ เพลงมีกลิ่นอายของหลายๆ ศิลปินรวมอยู่ ผมขอเลือกมาบรรยายสักสองเพลง

เพลงแรกคือ “ความทรงจำ” ดนตรีช้าปานกลาง เริ่มด้วยการพลิ้วเปียโนนิ่มๆ กีตาร์หวานๆ และเสียงครางซึ้งๆ ตามด้วยประสานเสียงท่อนฮุก ที่แหลมแบบไพเราะ พาเข้าสู่ท่อนหลักที่แผ่วเบาลงมา ก่อนจะผลักพุ่งไปสู่ท่อนฮุก ที่ตอกย้ำเนื้อร้องติดหูให้ติดตรึงใจผู้ฟังไปทั้งวัน ด้านการร้องทั้งท่อนหลักและท่อนฮุก เทคนิคคล้ายๆ ที่วง Bee Gees ใช้ผสมผสานกับแนวทางของศิลปิน Loveis ได้อย่างลงตัว ฟังแล้วทราบว่าไม่ได้ลอกเลียน แต่น่าจะเกิดจากความชื่นชอบในแนวเพลง จนสามารถเรียบเรียงออกมาได้ในแนวทางเดียวกัน ส่วนภาคดนตรีนั้นไม่ต้องห่วง รายละเอียดมีมาก ตั้งแต่กรู๊ฟกลองช้าแต่แน่นกระชับของน้า Kelvin และการเดินเบสแบบมีจังหวะจะโคนของคุณต๋อง ภาคกีตาร์ก็ไม่ยิ่งหย่อน มีลูกตอดตามสไตล์อยู่ตลอดเพลง สรุปแล้วนี่คือเพลงฮิตเพลงขายแน่นอน ใครได้ฟังเป็นต้องควักกระเป๋า

เพลงที่สองคือ “Dejavu” เพลงเริ่มที่เสียงซินธีไซเซอร์แปลกๆ กีตาร์ wah wah และเครื่องสายสังเคราะห์ ปุ๊กปิ๊กๆ ไปเรื่อย บนกรู๊ฟไม่ช้าไม่เร็ว แต่แอบเต้นตามได้ เพราะมือกลองเขาตีดีจริงๆ วิธีร้องยังคงเป็นแบบหลบเสียงผสมอาร์แอนด์บีเหมือนอีกเพลง แต่เพลงนี้สนุกกว่ากัน เพราะเขาวนร้องกันทุกคน (ยกเว้นมือกลอง) แต่ละคนเสียงดีกันหมด ในเพลงมีการใช้เสียงแปลกๆ จากซินธีไซเซอร์เพื่อเพิ่มสีสันตลอดแทร็ก และหากฟังดีๆ จะได้ยินลูกตอดเปียโนเท่ๆ ฝังไว้ในร่องเสียง นุ่มเนียนน่าฟังไปทั้งเพลง

งาน นี้ไม่มีใครเป็นพระเอก แต่เป็นการทำงานดนตรีแบบเป็นทีม ไม่ว่าภาคร้องหรือดนตรี The Begins ลงแขกได้เมามันส์มาก ใครรับทราบแล้วอย่าลืมไปตามล่า “เหรียญทอง” นี้มาครอบครองนะครับ ราคาซีดีของค่ายนี้แต่ก่อนแพงกว่าที่อื่น แต่เดี๋ยวนี้แค่ 120 ก็เป็นเจ้าของได้ อย่าไปโหลดเถื่อนนะคร้าบ เดี๋ยวดนตรีดีๆ จะสูญพันธุ์ หากทางต้นสังกัดโซนี่มิวสิคมาอ่านเจอ ผมขอให้ช่วยดันวงดีๆ จากค่าย Loveis วงนี้ด้วยนะครับ😀 (หน้าพิเศษ D-Life)

หน้า 10

7 thoughts on “The Begins อัลบั้มเหรียญทอง เอาไว้หยอดหูเพิ่มความสุนทรีย์ให้ชีวิต

  1. ต้องมีการเข้าใจผิดมากๆหรือไม่ก็มั่วนิ่มมาจากทางค่าย love is แน่ๆ

    แค่บอกว่ารักเธอ คุณปราโมทย์ วิเลปะนะ เป็นคนแต่งและร้องเองนะครับ

    กรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องก่อนจะเกิดความเสียหายได้นะค่ะ

  2. ฟังผมนะดีๆ นะครับ

    หัดไปหาข้อมูลที่จริงๆ ไม่ใช่ข่าวพีอาร์ที่เขียนคลุมเครือจากโซนี่

    ใช้google เป็นใช่ไหมครับ search ซิครับ

    อีกอย่างคุณเขียนว่า ” เขาเป็นคนเขียนเพลง “แค่บอกว่ารักเธอ” ของวงหมีพูห์ ”

    ถ้าคุณไม่แก้ คุณโมทย์เขาฟ้องร้องคุณได้นะครับ

  3. “ในฐานะผู้ควบคุมการผลิตและคนเขียนเพลงให้กับศิลปินต่างๆ อาทิ “หมี พูห์” กับเพลง “แค่บอกว่ารักเธอ”, Mad Pack It กับเพลง “อยู่เพื่อตัวเอง” นอกจากนี้ ยังแสดงความสามารถผ่านการสร้างสรรค์เพลงประกอบละคร อาทิ เพลง “ผิดถูกไม่รู้” และเพลง “เหนือกาลเวลา” จากละครเมืองมายา ”

    เพลงทั้งหมด คุณต๋อง ไม่ได้เป็นคนแต่งเลยแม้แต่เพลงเดียวครับ คูณต๋องเป็นแค่ co produce เท่านั้น คุณปิ๊ก สุรฉัตร เจ้าของค่ายอินดี้คาเฟ่เป็นโปรดิวซ์ทุก project

    แค่บอกว่ารักเธอ คุณปราโมทย์ วิเลปะนะ แต่ง
    อยู่เพื่อตัวเอง คุณ บอล นักร้องนําเป็นผู้แต่งทุกเพลงในอัลบั้ม
    และอื่นๆอีกมากมาย ที่โซนี่เขียนข้อมูลแบบคลุมเครือออกมา

    • โอเคครับ

      เดี๋ยวรออ่านในประชาชาติธุรกิจ นะครับ ผมจะเขียนแก้ให้ เพื่อนคุณโมทย์โปรดอย่าโกรธกัน บอกผมดีๆ ก็ได้ครับ ยินดีแก้ให้ครับ เรื่องเครดิต ผมเป็นคนทำเพลง ทราบว่าสำคัญ ที่เขียนไปตามนั้น เพราะคิดว่า โซนี่ เขาไม่น่าจะมั่วน่ะครับ ในเมื่อเพื่อนคุณโมทย์ดูท่าทางจะโกรธจัด ผมก็ขอเชื่อและยินดีแก้ให้เลยโดยไม่คิดจะไปเช็คเพิ่มเติม เนื่องจากผมเองก็ไม่ได้เป็นพวกใครสักคน

      เพลงผม สายการบิน Cathay Pacific เอาไปเปิดบนเครื่อง โดยไม่ได้ขอสักคำ และไม่ได้มีค่าลิขสิทธิ์ให้สังแดง ผมยังเซ็ง

      สรุปคือเดี๋ยวจะเขียนแก้ให้นะครับ มิมีปัญหา รออ่านได้เลยที่ D-life ในประชาชาติธุรกิจ น่าจะฉบับ เสาร์ที่ 27 มีนานี้แหละครับ

      ด้วยความเคารพ และชื่นชมในความรักเพื่อนของเพื่อนคุณโมทย์

      ด่อง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s