Home

วันที่ 09 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4156  ประชาชาติธุรกิจ

คอลัมน์ Delicious GROOVE

โดย อัษฎา อาทรไผท

สุด สัปดาห์นี้ มีงานแฟตเฟสติวัล เทศกาลดนตรีอินดี้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ ชาแลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี งานนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 9 แล้ว จากงานเล็ก ๆ ที่มีแต่คนดนตรีทำเองเล่นเองเต็ม ๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นมหกรรมดนตรี ที่รวมบรรดาศิลปินเซอร์ ๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย ตั้งแต่ระดับทำมือไปจนถึงระดับไอดอล เป็นที่สนุกสนานให้ทั้งคนดนตรีและคอเพลงได้มาใช้ชีวิตตลอดสองวันเต็ม ไปกับการละเลียดดนตรีสด และเลือกซื้อซีดีจากศิลปินอินดี้ ที่สำหรับบางวง นี่อาจเป็นแค่โอกาสเดียวที่เขาจะขายแผ่นได้ (เนื่องจากโอกาสอื่น โหลดเถื่อนแผ่นปลอมเอาไปกินหมด)

หากใครถวิลหาบทเพลงจริง ๆ จากมันสมองศิลปินจัง ๆ งานแฟตนี่เอง คือตลาดค้ามันสมองทางดนตรีที่เจ๋งที่สุดในปฐพีไทย เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น เขารวบรวมและคัดสรรศิลปินทุกแขนง ให้มาออกของเล่นสดกันถึงสี่ห้าเวทีพร้อมกัน แถมมีงานเพลงที่ยังไม่ถูกแต่งแต้มความเป็นธุรกิจจากนายทุนให้เลือกซื้ออีก ต่างหาก และประเด็นนี้เองเป็นที่มาของบทความสำหรับอาทิตย์นี้ สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ดนตรี ผมเลยขออนุญาตบ่นเรื่องวงการเพลงไทยหน่อยนะครับ นี่เป็นเรื่องจริงจากศิลปินที่ตั้งใจทำงานตามแนวทางของตน แต่ต้องไปพบทางตันเมื่อผู้ชี้ชะตาอันทรงคุณวุฒิจากค่ายเพลงใหญ่มีรสนิยมแตก ต่างกัน

เมื่อไม่นานมานี้ศิลปินอินดี้กลุ่มหนึ่ง (ผมไม่ขอออกชื่อเพราะเดี๋ยวจะเสียหาย) ที่คลุกคลีอยู่ในวงการเพลงมาได้ระยะหนึ่ง วงนี้เคยไปตระเวนโชว์ตามงานฟรีคอนเสิร์ตมาบ้าง และเริ่มกลุ่มแฟนเพลงที่พิสมัยแนวดนตรีของพวกเขาจำนวนหนึ่ง ส่วนผลงานเพลงก็ดีพอที่จะติดอันดับเพลงฮิตของหลาย ๆ คลื่นวิทยุ ชื่อเสียงเรียงนามเป็นที่รู้จักกันในแวดวงอินดี้ เรียกว่าไม่ขี้เหร่ในระดับก็ว่าได้

พวกเขาได้เอาเพลงที่ทำไว้ทั้ง อัลบั้มไปยื่นให้กับค่ายเพลงใหญ่ ซึ่งตอนแรกดูเหมือนว่าจะเป็นเส้นทางที่งดงาม เรียบง่าย ไร้รอยสะดุด สมัยอยู่ในสังคมอินดี้อันแสนอิสระ ผู้คนส่วนใหญ่ชมชอบงานของพวกเขามากกว่าติติง แต่แล้วเมื่อถึงเวลาจะได้มาทำเพลงกับค่ายใหญ่ ก็ไม่มีกลีบกุหลาบโรยนำทางให้เหมือนที่คาด เพราะแม้เพลงที่มีจะดีแต่หากมันไม่โดน ก็ถือว่าสอบตก สิ่งสำคัญที่สุดคือเพลงต้องโดน หนึ่งชุดขอให้มีอย่างน้อยสักหนึ่งเพลงเป็นใช้ได้ แต่โดนอะไร อย่างไร ไม่มีคำตอบให้ หลังจากค้นคว้าตามคนรู้จักมาระยะหนึ่ง ผมได้ความมาว่าการที่เพลงจะโดนนั้น ต้องให้ผู้บริหารค่าย หรือผู้มีอำนาจชี้ชะตาฟังครั้งแรกแล้วขนลุกก่อน จึงจะเรียกว่าโดน และเมื่อเขาว่าเพลงโดนแล้ว จะทำให้เพลงที่ห่วยแต่โดน มีค่าทางการตลาดมากขึ้นกว่าเพลงที่ดีแต่ไม่โดน งบฯโปรโมตจะมีให้ทันที ไฟเขียวจะปรากฏให้เห็นในทันใด ส่วนในกรณีที่ศิลปินมีสายพันธุ์ รูปโฉม หรือดีกรีความสำเร็จ อะไรสักอย่างที่ดูดีพ่วงมาด้วย เพลงอาจไม่ต้องโดนแรง ๆ ก็ได้ เพราะแค่ปรากฏตัวออกมา ผู้คนก็พร้อมจะควักเงินให้แล้ว

สำหรับ วงดนตรีทั่วไป บางทีฝีมือดี เพลงดี อาจไม่มีใครสนใจจะลงทุนด้วย อย่างเช่นวงที่กล่าวถึงนี้ ทางค่ายได้แนะนำให้ลองไปทำเพลงใหม่ที่โดน ๆ มาส่ง เมื่อถึงวันนัดพบอีกครั้ง พวกเขาทำเพลงมาให้เลือกหลายเพลง แต่มีอยู่หนึ่งเพลง เป็นเพลงที่แต่งขึ้นลวก ๆ ง่าย ๆ เน้นให้คล้าย ๆ ของชาวบ้านไว้ก่อน เอามาแถมให้เลือกเล่น ๆ ผลปรากฏว่าเจ้าเพลงที่กะจะแถมนี้ กลับกลายเป็นเพลงเพียงเพลงเดียวที่ท่านผู้บริหารชอบ และให้ผ่านโดยไม่ต้องไปแก้ไขอะไร

เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงให้ ศิลปินวงนี้เป็นอย่างมาก เพราะเพลงดีมีสไตล์ไม่เหมือนใครเขาไม่เห็นคุณค่า แต่เพลงแบบโหล ๆ ที่ให้ใครทำก็คงได้ กลับมาเข้าวิน เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้ ศิลปินกลุ่มนี้จึงขอถอยหลังกลับมาทบทวนดูว่า จะเปลี่ยนแปลงแนวทาง ให้เป็นตามค่ายนิยม ซึ่งหากให้เรียกว่าสังคมนิยมก็น่าจะได้ (เพราะจริง ๆ แล้วการปกครองแบบสังคมนิยม มันมีคนกำหนดกฎเกณฑ์อยู่แค่หยิบมือ) หรือจะทำเพลงเองต่อไปอย่างมีอิสรภาพ เลือกเองได้ตามสิทธิตามเสียงแบบประชาธิปไตยดี คำตอบตอนนี้ยังไม่ทราบ แต่จากเรื่องราวนี้ ก็พอจะสรุปได้ว่าทำไมศิลปินจากค่ายใหญ่ จึงทำเพลงออกมาฟังดูคล้าย ๆ กันหมด ไม่เหมือนชาวอินดี้ ที่เพลงมีความเป็นส่วนตัวสูง เพราะพวกเขาเลือกได้

ฟังแล้วอาจจะงงแต่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับหลาย ๆ ศิลปิน ที่พยายามทำงานคุณภาพ แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเมื่อเจอผู้ควบคุมคุณภาพเพลง ที่ไม่แน่ใจว่ารสนิยมทางดนตรีของเขาสามารถตัดสินใจว่าเพลงของใครจะดังหรือ ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่าน ๆ มา ผลงานส่วนใหญ่ของค่ายเพลงต่าง ๆ ที่คลอดออกมา ก็ไม่ได้โดนเหมือนที่เขาว่ามันควรจะโดนทุกครั้งไป และมีอีกหลายครั้งหลายหน ที่ศิลปินอินดี้ตัดสินใจทำผลงานเพลงออกมาเอง ตามที่พวกเขาอยากให้มันเป็น จนโด่งดัง แล้วในที่สุด เมื่อสามารถพิสูจน์ความโดนของเพลงได้เองแล้ว ท่านผู้บริหารค่ายใหญ่ก็จะส่งเทียบเชิญมาหาเอง

เสาร์-อาทิตย์นี้ หากท่านชอบดนตรีมีเอกลักษณ์ ลองไปงานแฟตเฟสติวัล ครั้งที่ 9 เพื่อหาฟังดนตรี ที่ไม่ใช่งานศิลปะสังคมนิยมกันไหมครับ แล้วเจอกันครับ😀 (หน้าพิเศษ D-life)

หน้า 20

3 thoughts on “ธุรกิจเพลงไทย ศิลปะแบบสังคมนิยม และ งานแฟต 9

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s