Home

ขอทดลองนำต้นฉบับ บอสตันที่ฉันเคย มาลองให้อ่านเล่นกัน ผมเลือกตอนที่ 19 มาให้อ่านแล้วกัน เพราะมันมีเรื่องของผมน้อยหน่อย ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านของจริงในปีหน้า ติชมได้เลยนะครับ เพราะตอนนี้มันมีสภาพไม่ต่างไปจากเศษกระดาษเปื้อนหมึกในกองขยะงานเขียนของผมเท่านั้น  (ขอขอบคุณ น้าบอล อพาร์ทเมนต์คุณป้า ที่ให้นำเรื่องของเขามาเขียน และขอบคุณ พีท บลิสโซนิกที่เอามาเล่าให้ฟัง)

 

newbury.jpgภาพนิวเบอร์รี่ สตรีท ที่เกิดเหตุ

 

19. อพาร์ทเมนต์คุณป้า ไม่อยากเจอผี ผีมาหา

อาจารย์แน่เห็นผมเขียนเรื่องผี เขาเลยอยากเล่าเรื่องของชาว Berklee College of Music (โคตรสถาบันมิวสิคแห่งบอสตัน)มั่ง เพราะเรื่องของเขาต่างจากผม เพราะโหดกว่านัก เนื่องจากว่าของเขา ไม่มีใครอยากเจอผี แต่ผีดันแสดงอิทธิฤทธิให้เห็นกันจะๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นที่อพาร์ทเมนต์คุณป้า ไม่ต้องงงครับ ขอเท้าความเล็กน้อย พอดีแน่เขาเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเบิร์คลี สถาบันดนตรีแห่งเดียวกับ ท่านบอล มือกีตาร์ มาดขลัง ที่มีฝีไม้ลายปิ๊กสุดอัศจรรย์ แห่งวงอพาร์ทเมนต์คุณป้า อันเกรียงไกร หากใครอยู่ใต้ดินแล้วไม่รู้จัก จงไปเกิดใหม่ ส่วนใครอยู่บนดินแล้วไม่เคยได้ฟังเพลงเขา มันผู้นั้นเป็นผู้ไร้วาสนาในรูหู

หลังจากมีการฆาตกรรมยกครัวห้าศพ ขึ้นที่อพาร์ทเมนท์ เด็กซ์เตอร์ พาร์ค ที่ ท่านบอล ใช้เป็นที่พำนักพักกายมาหลายทิวาราตรี ตอนนี้บรรยากาศเริ่มหม่นหมอง เพราะที่เกิดเหตุคือห้องข้างล่าง มันไม่ใกล้ไม่ไกลไปจากห้องของเขานัก เมื่ออารมณ์สุนทรีย์เหือดหาย อาจทำให้ลีลาดรรชนีย์สวรรค์บนสายกีตาร์ของเขาเปลี่ยนแปรไป จึงเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนที่อยู่อีกครั้ง

เขาลงทุนซื้ออพาร์ทเมนต์บนถนนนิวเบอร์รี่ ถนนแฟชั่นชื่อดังของบอสตัน ที่อยู่ในละแวกของ เบิร์กลี ที่เขาเรียนอยู่พอดี เช่นเดียวกับตึกอิฐสีแดงส่วนใหญ่ที่นี่ อายุอานามมีลุ้นสองร้อยปีแทบจะทั้งนั้น ส่วนที่ตึกของเขา สมัยก่อนมันเคยเป็นโรงแรม และย่อมเป็นที่แน่นอนว่า ผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างเคยผลัดเปลี่ยนกันมาหลับพักแรมอยู่ในห้องนอนของเขามาแล้วทั้งนั้น บางคนอาจหลับแล้วตื่น แต่บางคนอาจหลับไปเลยไม่หวลคืนกลับก็น่าจะมี อาจมีวิญญาณสิงสู่อยู่ที่นั่นก็เป็นได้ แต่เขาไม่อยากเจอหรอก มาที่นี่เพียงเพื่อพัฒนาวิทยายุทธแห่งเสียงดนตรีเท่านั้น

แต่หากเราเมื่อยิ่งไม่สนใจอะไร ก็มักจะได้เจอกับสิ่งนั้นบ่อยๆ ท่านบอลก็เป็นอีกคน ที่ต้องทนฟังเครื่องเล่นซีดียี่ห้อ Bose ของเขา ที่มันมักเลือกเล่นเพลงเองตามใจชอบ นึกอยากจะเปิดก็เปิด นึกอยากจะปิดก็ปิด แถมบางทีเปิดแล้วไม่ชอบเพลง ยังมีการเลือกเพลงอีกต่างหาก ทุกๆคืน มันจะรบกวนเขาด้วยเสียงเพลงในยามที่เขาไม่ต้องการตลอด เขาเก็บความคลางแคลงใจในเจ้า Bose เครื่องนี้เอาไว้คนเดียว แต่แค่นั้นยังไม่พอ นอกเหนือจากนั้น ไฟที่ห้องเขา ยังหรี่ได้เองอีกด้วย ทั้งๆที่มันไม่มีระบบหรี่ ที่ร้ายกว่านั้น บางทีก็มีดับบ้างเป็นครั้งคราว แม้ว่าระบบทุกอย่างจะได้รับการตรวจเช็คดูแล้วก็ตาม และที่เมืองใหญ่อย่างบอสตัน เรื่องไฟฟ้าไม่เคยมีการดับ จะมีดับก็ต่อเมื่อไม่จ่ายค่าไฟเท่านั้น แต่ที่ห้องๆนี้ มันเป็นยังไงกัน งงมาหลายนาน จนในที่สุด เขาก็อดไว้ไม่อยู่ จึงไปเล่าให้ พีท บลิสโซนิค ฟัง ซึ่งตามปกติ เรื่องแบบนี้ใครจะไปเชื่อ พีท ได้แต่ฟังไปแล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุย

แล้ววันหนึ่ง พีท ก็มีอันได้มาเยี่ยมที่อพาร์ทเมนต์โบราณแห่งนี้ บอลขอตัวไปทำธุระข้างในห้องนอน ปล่อยให้ พีท นั่งอยู่กับเครื่องเล่นซีดีในห้องรับแขก ยังไม่ทันได้คิดอะไร เจ้าเครื่อง Bose มันก็เล่นขึ้นเอง เสียงเพลงสมัยใหม่ดังออกมาจากลำโพงชั้นดี ให้สำเนียงเสียงเสนาะห์โสตน์อย่างบอกไม่ถูก พีท ไม่เอะใจ เขาตั้งใจจะหลับตาฟังอย่างผ่อนคลาย แต่เพียงนึกจะหลับตา เจ้าเครื่องเล่น ก็เปลี่ยนเพลงไป เสียงกลไกดังครึ่กครั่กอยู่ไม่นาน เสียงแซ็กโซโฟนแจ๊สเก่าๆ ก็ลอยออกมาจากลำโพงคู่เดิม มันคือเพลงของ จอห์น โคลเทรน นักดนตรีแจ๊สยุคก่อน ที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมกันนั้น ไฟที่สว่างอยู่ดีๆ ก็หรี่ดับๆติดๆ อันที่จริงเพลงที่ได้ยินนั้น มีความไพเราะอยู่เต็มหัวใจ แต่ใจของพีทตอนนี้ไปอยู่ที่ตาตุ่มเสียแล้ว หรือว่าเจ้าของห้องเดิมจะชอบเพลงสมัยเก่า สมัยที่เขายังไม่ตาย พีทเสียวสันหลังวาบ พลางค่อยขยับตัวออกห่างเสียงเพลง พอดีกับที่บอลเดินออกมา พีทจึงชวนออกไปข้างนอกทันที

พอออกมาแล้ว พีท ที่ยังขนลุกชันอยู่ บอกออกมาด้วยเสียงกระเส่า ว่าสงสัยที่นี่มีองค์จริงๆว่ะ จากนั้นเพื่อนแต่ละคนของเขา ก็ได้พบกับประสพการณ์พิศดารนี้กันจนครบ แต่ก็มีแค่เสียงเพลงและแสงไฟ ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านั้น บอลยังทนไหว ไม่เป็นไร เพราะเขาไม่อยากเจออยู่แล้ว คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้หรอก แถมที่นี่ไม่ได้เช่า เขาซื้อมา จะย้ายไปไหนได้อีก

และเมื่อช่วงหยุดยาวซัมเมอร์มาถึง บอลกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทย เขาจึงฝากกุญแจอพาร์ทเมนต์ไว้กับพีท ซึ่งพำนักอยู่ที่เมืองน้ำ ตลอดเวลาสี่เดือน พีทไม่ได้มายุ่งที่ห้องของบอลเลย  ใครจะอยากมาให้เสียวเล่นกันล่ะ แต่วันหนึ่ง ขณะเขาเดินเพ่นพ่านอยู่บนถนนนิวเบอร์รี่ พี่คนไทยเจ้าของร้านอาหารข้างล่างก็มาเรียก หน้าตาของพี่เขาดูไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไร คุยกันได้ความว่า พี่เขาต่อว่าพวกพีทที่มาปาร์ตี้กันตอนกลางดึกเสียหนวกหู ชาวบ้านชาวช่องไม่ได้หลับได้นอน ฝากมาด่ากันขรม นี่ถึงขนาดมีตำรวจมาตรวจแล้วนะ แต่เข้าห้องไม่ได้ คราวหน้าจะสังสรรค์กันก็ให้มันเบาๆหน่อย พีท งง เพราะไม่เคยคิดจะมาสังสรรค์ในที่ๆไม่ค่อยหฤหรรษ์แบบนี้ แต่พี่คนนั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่เชื่อ

เมื่อไม่เชื่อกัน พีท เลยชวนไปไขห้องดูกัน พอขึ้นไปถึงห้องแล้ว เมื่อไขประตูเข้าไป พีท ก็พบกับกระดาษเป็นสิบแผ่น แต่ละแผ่นมีคำด่าประมาณว่าให้เงียบๆ คนจะพักผ่อน อะไรประมาณนี้ คาดว่าคงจะมากจากพวกเพื่อนบ้านที่ทนไม่ไหว แต่ใครกันมาทำเสียงดังในนี้ ในเมื่อกุญแจมันอยู่ที่พีท ซึ่งหลับนอนอยู่ที่เมืองน้ำอันห่างไกล พีทลองเปิดไฟดู ปรากฎว่าไฟโดนตัดไปแล้ว ตอนนี้ในห้องไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งก็เป็นของตาย เพราะบอลกลับเมืองไทยไปร่วมสี่เดือน ขาดจ่ายค่าไฟแค่สองเดือนเขาก็ตัดทิ้งแล้ว แต่เหตุใดทำไมวิทยุมันเล่นได้ ยังถกเถียงกันไม่จบ ทันใดก็มีเสียง ดนตรีแจ๊สแท้ๆล่อยลอยออกมาดังสนั่น แม้ท่วงทำนองไพเราะจับใจ แต่ตอนนี้เขาทั้งสองหนาวแทบจับไข้ ตัดสินใจรีบออกไปให้พ้น ก่อนจะออกพี่คนนั้นไม่ลืมที่จะกระชากปลั๊กของเครื่อง Bose ออกจากเต้าเสียบที่ไร้กระแสไฟฟ้า ตอนนั้นทั้งสองคน ไม่แน่ใจว่าเสียงเพลงแจ๊สยังคงเล่นอยู่หรือไม่ เพราะในหูทั้งสองข้างของพวกเขา ยังกังวาลไปด้วยเสียงแซ็กโซโฟนของ จอห์น โคลเทรน

เมื่อบอลกลับมา แม้เขารับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องทนอยู่ต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก เขาเริ่มทำความคุ้นเคยกับเพลงที่เจ้าเครื่องเล่นซีดีชอบ พร้อมกับลองเล่นกีตาร์คลอไปด้วย น่าจะเป็นที่ครื้นเครงทั้งคนทั้งวิญญาณ จนคืนที่เงียบสงัดคืนหนึ่ง น่าแปลกที่ไม่มีเสียงรถราวิ่งไปมาเหมือนคืนก่อนๆ อ๋อที่แท้เขาปิดหน้าต่างเอาไว้นี่เอง เพลงยังคงเปิดอยู่แผ่วๆ ขณะเคลิ้มจะหลับอยู่บนเตียงของเขา บอลมองออกหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่าน ออกไปเรื่อยเปื่อย เมื่อหนัวตากำลังทิ้งตัวลงด้วยความง่วงเหงา เสียงดัง ปึง ปึง ปึง ดังมาจากหน้าต่างบานเดิม คุณป้าแก่ๆมายืนเคาะกระจกเรียก ใครหว่า บอลไม่ขอไปยุ่งท่าจะดี ตอนนี้ขอนอนก่อนเพราะเหนื่อยเต็มแก่ เสียง ปึง ปึง ปึง ยังคงดังประสานกับเสียงเพลง จนเขาหลับไปในที่สุด ตื่นมาเพิ่งนึกได้ว่า ห้องตูอยู่ชั้นบนนี่หว่า แถมนอกหน้าต่างไม่มีระเบียงด้วย แล้วป้าคนนั้นจะมายืนเคาะได้ไง ถ้าเธอไม่ใช่…………………

 นี่แหละที่ผมคาดว่าคือที่มาของอพาร์ทเมนต์คุณป้า

2 thoughts on “อพาร์ทเมนต์คุณป้า

  1. Pingback: ตอนที่ 19 จากต้นฉบับบอสตันที่ฉันเคย (ซ่อมลิ๊งค์แล้ว) « Dong’s Spinnacle Blog

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s